ทำความเข้าใจอาการแพ้นมวัวและแพ้น้ำตาลแลคโตส

ทำความเข้าใจอาการแพ้นมวัวและแพ้น้ำตาลแลคโตส

ทำความเข้าใจอาการแพ้นมวัวและแพ้น้ำตาลแลคโตส

เราอาจจะเคยได้ยินว่ามีคนดื่มนมวัวแล้วมีอาการท้องเสียท้องอืดอย่างรุนแรงหรือที่เรียกว่าเป็นอาการแพ้นมวัว ที่จริงแล้วนั่นอาจเป็นการแพ้น้ำตาลแลคโตสที่อยู่ในนมวัว อาการนี้จะเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ เราได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์มาให้ดูกัน ดังนี้

โดยปกติแล้วในนมวัวมีน้ำตาลโมเลกุลคู่ที่เรียกว่า น้ำตาลแลคโตส เป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหากับการดื่มนมวัวเพราะภายในลำไส้จะมีมีเอนไซม์สำหรับย่อยน้ำตาลชนิดนี้ ชื่อว่า เอนไซม์แลคเตส โดยจะย่อยน้ำตาลแลคโตสให้กลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็กเดี่ยวที่ดูดซึมได้ 2 ชนิด ชื่อว่าน้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลกาแลคโตส จึงไม่มีปัญหาท้องอืดท้องเสียหลังการดื่มนมวัว

แต่ผู้ที่มีอาการแพ้นมวัวอันมาจากการขาดเอนไซม์แลคเตส จะไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ เมื่อดื่มนมวัวเข้าไป จึงย่อยยากหรือย่อยไม่หมดและเกิดการตกค้างในลำไส้ แล้วเกิดแก๊สตามมา จนรู้สึกท้องอืดไม่สบายท้องและท้องเสียตามมา

ภาวะแพ้น้ำตาลแลคโตส เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  1. ถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากแม่สู่ลูก
  2. เกิดจากมารดาที่ดื่มนมวัวมากเกินไปในระหว่างตั้งครรภ์
  3. เกิดหลังจากมีภาวะติดเชื้อในลำไส้ เช่น เป็นโรคกระเพาะอักเสบ โรคลำไส้อักเสบแบบเรื้อรัง
  4. เกิดภายหลังจากการรักษาโรคบางอย่าง เช่น รักษามะเร็งด้วยวิธีเคมีบำบัด หรือการใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่อเนื่องเป็นเวลานาน

เมื่อคาดว่าคนในครอบครัวหรือตัวเองมีอาการแพ้นมวัวหรือแพ้น้ำตาลแลคโตส ทางที่ดีคือควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยละเอียด เพราะอาการแพ้แลคโตสมีความคล้ายคลึงกับโรคในระบบทางเดินอาหารอีกหลายชนิด จึงควรตรวจให้ละเอียด โดยปัจจุบันทางการแพทย์แนะนำวิธีการลดปัญหาความรุนแรงจากการแพ้น้ำตาลแลคโตส โดยให้เริ่มจากการปรับลดปริมาณนมวัวที่ดื่ม ให้จิบเล็กน้อยก่อน เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับสมดุลในลำไส้ แต่ถ้าทดลองแล้วไม่สามารถดื่มได้ ให้เปลี่ยนชนิดนมคือ เลือกดื่มนมถั่วเหลืองแทน

กรณีที่มีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตสอย่างรุนแรง ต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำจากนมวัวหรือนมแพะด้วย เช่น ชีส ไอศครีม เนยแข็ง และเมนูอาหารบางรายการ เช่น พิซซ่า ขนมปังที่มีนมวัว เนยและชีส เป็นต้น ในด้านการดูแลสุขภาพของผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตส ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพิ่มเติมเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน โดยแหล่งอาหารที่ให้แคลเซียมธรรมชาติในปริมาณสูง คือ ผักใบสีเขียวเข้ม คะน้า บรอกโคลี ถั่ว เมล็ดอัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ปลาเล็กปลาน้อยทอดกรอบ เป็นต้น

เราหวังว่า บทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเข้าใจต้นเหตุของปัญหาแพ้นมวัวหรือแพ้น้ำตาลแลคโตสได้ดีขึ้น และลองนำเทคนิคแก้ปัญหาแพ้นมวัวไปใช้ เพื่อการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมต่อไป

ลงทุนในยุค 2020 ต้องมีหลักการคิดอย่างไร

ลงทุนในยุค 2020 ต้องมีหลักการคิดอย่างไร

ลงทุนในยุค 2020 ต้องมีหลักการคิดอย่างไร

การลงทุนในปัจจุบันต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายส่วน เพื่อให้คุณลดความเสี่ยงต่อภาวะขาดทุน เพิ่มโอกาสแข่งขันทางธุรกิจกับคู่แข่งที่อยู่ในประเภทสินค้าและบริการเดียวกัน และยังประหยัดระยะเวลาในการก้าวสู่ความสำเร็จของชีวิตด้วย เรามาดูกันว่า ต้องมีหลักการคิดอย่างไรเพื่อการลงทุนที่ดีในปี 2020

  1. ลงทุนด้านความรู้

ก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ร่วมหุ้นกับใคร หรือแม้แต่การตัดสินใจลงทุนด้านการเงิน เช่น ซื้อหุ้นหรือกองทุน ควรต้องศึกษาจากหนังสือ คอลัมน์วิเคราะห์ข่าว รวมถึงการลงเรียนคอร์สออนไลน์ที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนั้น ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งแบบฟรีและต้องเสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากคุณมีเงินทุนและเวลาจำกัด ต้องใส่ใจพิจารณาด้านความคุ้มค่าในการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทุกครั้ง

  1. แหล่งเงินทุนทำธุรกิจ

หากคุณมีเงินทุนสำรองเพียงพอสำหรับการลงทุนและเผื่อขาดทุนได้นาน 1 ปี ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้องค์กรใดจากการกู้ไปลงทุนทำธุรกิจ แต่หากจำเป็นต้องกู้เงิน ไม่ควรกู้เงินนอกระบบโดยเด็ดขาด แม้จะได้เงินง่ายและเร็วเพียงใด เพราะดอกเบี้ยจะคิดในอัตราสูงและในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน คุณอาจประสบปัญหาในการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยได้

ทางที่ดี คือควรใช้หลักทรัพย์ของตนเอง เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน รถยนต์ ฯลฯ ในการกู้เงินจากสถาบันทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือในปี 2020 คุณสามารถลองเขียนแผนธุรกิจเพื่อยื่นขอเงินมาลงทุน โดยติดต่อกับสถาบันการเงินที่รัฐบาลสนับสนุนการทำธุรกิจของคนรุ่นใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้

  1. ประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของตนเองก่อน

ก่อนทำธุรกิจหรือลงทุนในตลาดหุ้น จำเป็นต้องพิจารณาว่า ความถนัด ความชื่นชอบ และการจัดสรรเวลาในแต่ละวันของคุณเหมาะกับธุรกิจประเภทใดบ้าง หากคุณเลือกลงทุนทำธุรกิจหมวดที่มีการแข่งขันกันสูง หรือที่เรียกว่า Red Ocean คุณจะต้องทำการบ้านอย่างหนัก ในการมองหาว่าตัวเองมีจุดแข็งตรงไหน จึงจะแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจรายอื่นได้ หรือคุณมีจุดอ่อนตรงไหนที่คุณจะต้องเสริมอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้แบรนด์สินค้าและบริการของคุณแข็งแรงยิ่งขึ้น

แม้แต่กรณีที่คุณอยู่ในธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันกันน้อย เช่น เป็นงานที่ต้องมีความสามารถเฉพาะด้าน คุณก็ไม่อาจนิ่งนอนใจ เพราะปัจจุบันวิทยาการเทคโนโลยีก้าวไกลมาก ในไม่ช้าก็จะมีคู่แข่งที่สามารถตามคุณได้ทัน คุณจึงต้องพัฒนาตัวเองและสร้างธุรกิจให้ก้าวทันยุคสมัยอยู่เสมอ

จะเห็นได้ว่า ก่อนจะลงทุนทำกิจการใด ๆ ก็ตาม ต้องศึกษาหาความรู้ วิเคราะห์ตัวเอง และไม่หยุดนิ่งที่จะปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อมในภาวะตลาดที่ผันผวน ฯลฯ เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการมองอย่างรอบด้านและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้การลงทุนทุกอย่างประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นด้วย