ฝึกใจอย่างไรให้ลืมแฟนเก่า

ฝึกใจอย่างไรให้ลืมแฟนเก่า

เรื่องของความรักไม่มีคำตอบที่แน่นอน วันนี้อาจจะคบกันดี แต่วันพรุ่งนี้ก็อาจจะเลิกกันก็ได้ สำหรับหลายคนที่เคยมีความรักแล้วผิดหวัง กลายเป็นสถานะแฟนเก่าต่อกัน บางครั้งก็ยังทำใจไม่ได้ เรามาดูกันว่าจะฝึกใจอย่างไรเพื่อให้คลายความคิดถึงแฟนเก่า แล้วลืมเรื่องเก่า ๆ ที่ผ่านมาให้ได้

ให้เวลาทำงาน – ควรให้เวลาเป็นตัวช่วยในการลบเลือนความทรงจำไป คนเรามักจะจำอะไรได้ลดลงไปเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป ถ้าเราตั้งใจจะลืมสิ่งใดมากเกินไป มันอาจกลับกลายเป็นการตอกย้ำตัวเองให้นึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ มากขึ้นแทน ดังนั้นต้องยอมรับความจริงว่าเวลาจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำให้ความรู้สึกต่าง ๆ ค่อย ๆ ผ่านไปแล้ว

นึกถึงเรื่องราวดี ๆ – การจากกันนั้นแม้จะเป็นเรื่องไม่น่าพิศมัยสำหรับทุกคู่รัก แต่หากอยากให้ลืมกันในแง่ที่ดียังเป็นเพื่อนกันได้ ก็ต้องนึกถึงเรื่องดี ๆ สมัยที่มีความรักต่อกันมาชดเชย ควรคิดถึงความเอาใจใส่ที่เคยมีต่อกัน การพูดจาหวาน ๆ ที่เอาใจกันในช่วงเวลาที่เคยคบ ไม่ว่าจะคบสั้นหรือยาวหากเต็มไปด้วยความจริงใจก็ย่อมเป็นความทรงจำดี ๆ ที่คุณสามารถจะเก็บเอาไว้ได้และหักล้างกับความรู้สึกแย่ ๆ ที่มากับการเลิกราไปได้

หยุดติดตามพื้นที่ออนไลน์ – พื้นที่ออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊กแม้เป็นสิ่งสาธารณะแต่ถ้าหากเป็นแฟนเก่าต่อกันแล้วก็ควรที่จะเลิกติดตามส่องดูพฤติกรรมการเคลื่อนไหว เพราะยิ่งเราติดตามเราก็จะยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ และหากแฟนเก่าของเราไปมีแฟนคนใหม่มาแทนที่เราแล้ว เราก็จะรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าลงไปเรื่อย ๆ ด้วย

ให้เวลากับคนที่รักเรามากขึ้น – ในช่วงที่คบแฟน หลายคนมีพฤติกรรมติดแฟนแล้วทำให้ไม่ค่อยใส่ใจพ่อแม่หรือตัดขาดจากเพื่อนฝูงไปโดยปริยาย เพราะต้องเอาเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทให้แฟนเสียมากกว่า แต่ว่าตอนนี้คุณเป็นโสดแล้ว คุณก็ควรให้เวลาดี ๆ แก่คนที่รักคุณอย่างแท้จริง อันได้แก่ พ่อแม่ คนในครอบครัวและเพื่อนสนิทที่คอยให้กำลังใจคุณอยู่เสมอ ควรตักตวงเวลานี้สร้างความทรงจำใหม่กับคนที่อยู่ข้างคุณจริง ๆ ให้มากกว่าเดิม

เลิกราการไม่ใช่สิ่งที่ผิดหากคนสองคนไปต่อกันไม่ได้ แต่การที่จะลืมเรื่องราวเก่า ๆ ระหว่างกันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและต้องใช้เทคนิคหลายอย่างเข้ามาช่วย หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณได้เห็นแนวทางลืมแฟนเก่าและรับมือกับความรู้สึกที่ดำเนินต่อไป และในไม่ช้าคุณอาจจะได้เจอคนใหม่ที่ดีกว่าคนเก่าก็เป็นได้

เลี้ยงสัตว์คลายเครียด ลดความกังวลใจหลับสบายขึ้น

เลี้ยงสัตว์คลายเครียด ลดความกังวลใจหลับสบายขึ้น

ทุกวันนี้คนเราเผชิญปัญหาและความเครียดหลายรูปแบบ นับตั้งแต่การหารายได้เลี้ยงชีพไปจนถึงปัญหาครอบครัวและวิกฤตสุขภาพ ทำให้เราอ่อนล้าไม่สดชื่นร่าเริงเหมือนแต่ก่อน ความรู้สึกหดหู่นี้อาจพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนด้วยกันไม่ได้มากนัก การมีสัตว์เลี้ยงแสนรักอยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกอุ่นใจมากกว่า แม้ว่าหมาและแมวจะพูดไม่ได้ แต่กลับส่งพลังด้านบวกให้รู้สึกอุ่นใจและลืมเรื่องแย่ ๆ ในชีวิตไปได้ คนเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่จึงมีสุขภาพจิตดีขึ้นและรอดพ้นจากภาวะซึมเศร้าไปได้

สัตว์เลี้ยงช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิตและลดความเครียดได้จริง แม้ชีวิตอยู่ในช่วงราบรื่น ไม่ได้มีอุปสรรคปัญหามากมายอะไร แต่การใช้ชีวิตประจำวันก็มีเครื่องให้เครียดมากอยู่แล้ว ทั้งงานนอกบ้าน งานในบ้าน ทำให้เหน็ดเหนื่อยแทบทุกวัน หากมีสัตว์เลี้ยงนุ่มนิ่มน่ากอดสักตัวอยู่ข้าง ๆ จะเกิดผลดีอย่างมาก ทำให้รู้สึกสงบและผ่อนคลายมากขึ้น หากทุกวันต้องพาสุนัขไปเดินเล่นจะช่วยเบนความสนใจจากเรื่องงานให้สมองได้พักผ่อนช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เจ้าของได้ออกกำลังไปพร้อมกันและยังเป็นโอกาสดีที่จะได้พูดคุยทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่แวะเข้ามาทักทายตามประสาคนรักสัตว์ด้วย

สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนที่ดี หากเจ้าของให้ความรักและความอบอุ่น สุนัขจะเป็นเพื่อนที่น่ารักและภักดีที่สุด ส่วนเจ้าเหมียวเข้ามาคลอเคลียนอนกอดอุ่นให้กำลังใจเมื่อรู้สึกเหงาและช่วยให้สงบสติอารมณ์ได้ดี การใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้รู้สึกดีขึ้น ผ่อนคลาย ช่วยต่อสู้กับความเครียด ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้ดีขึ้น ไม่เฉพาะกับผู้ใหญ่เท่านั้นที่เครียดจนนอนไม่หลับ เด็ก ๆ นอนหลับกับสัตว์เลี้ยงทำให้นอนคนเดียวได้สบาย นอนหลับสนิทต่อเนื่อง มีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น สัตว์เลี้ยงเพื่อนรักขนปุกปุยช่วยให้เด็กน้อยนอนหลับสนิทในเวลากลางคืนด้วยความอบอุ่นสบายใจมากกว่าเวลาที่นอนกับพ่อแม่เสียอีก

ผู้ใหญ่อาจคิดว่าการแบ่งปันที่นอนร่วมสุนัขหรือแมวทำให้นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะธรรมชาติของสัตว์จะดิ้นไปมา ลุกขึ้นเดินขยับเปลี่ยนที่นอนบ่อย ๆ หรือส่งเสียงรบกวนในเวลากลางคืน แต่เรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อเด็ก ด้วยความที่เด็กตัวเล็กนอนไม่กินพื้นที่ ทำให้มีพื้นที่ว่างในเตียงสำหรับสุนัขและแมวมากกว่าผู้ใหญ่ และเด็กก็ไม่ได้รู้สึกว่าสัตว์เลี้ยงรบกวนแต่อย่างใด กลับรู้สึกสบายใจ ปลอดภัย และส่งผลดีให้นอนหลับลึกและหลับนานยิ่งขึ้น

หากมองในทางกลับกัน การเลี้ยงสัตว์ต้องมีความรับผิดชอบมากมาย ไหนจะเรื่องอาหารการกิน การดูแล และการออกกำลังกาย ทำให้ต้องจัดเวลาเข้มงวด ช่วยให้วางแผนชีวิตได้เป็นระเบียบและปรับสมดุลชีวิตได้ดีขึ้น พอถึงวันที่รู้สึกเครียดและกังวลใจ ลองอุ้มสัตว์เลี้ยงมานอนบนเตียงด้วย จะช่วยให้สบายใจขึ้นมากทีเดียว

3 ข้อดีของการเป็นเทรนเนอร์ออนไลน์ในยุคโควิด-19

3 ข้อดีของการเป็นเทรนเนอร์ออนไลน์ในยุคโควิด-19

หากพูดถึงอาชีพยอดนิยมในยุคโควิด-19 แน่นอนว่าต้องเป็นอาชีพที่สามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะนอกจากปลอดภัยไม่เสี่ยงแล้ว ยังสอดคล้องความต้องการผู้บริโภคที่ไม่อยากออกจากบ้าน และอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับสายออกกำลังกาย คือ เทรนเนอร์ออนไลน์ เพราะหลายคนต้องการออกกำลังกายและได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งการใช้บริการเทรนเนอร์สามารถตอบโจทย์เรื่องนี้ และในยุคที่อาชีพเทรนเนอร์ออนไลน์เป็นที่ต้องการของกลุ่มคนรักสุขภาพ ลองมาดูกันว่าอาชีพนี้มีข้อดีอย่างไรจึงเหมาะต่อการเป็นตัวเลือกหนึ่งในยุคโควิด-19 ระบาด

1.หมดห่วงเรื่องสถานที่ เพราะออกกำลังกายที่ไหนก็สะดวก
หากเป็นเมื่อก่อนนี้การสอนออกกำลังกายแต่ละครั้งต้องให้ความสำคัญเรื่องสถานที่เป็นอันดับต้น ๆ โดยสถานที่ยอดนิยมต้องยกให้กับฟิตเนส แต่ในยุคที่มีการระบาดของโควิด-19 ทำให้ฟิตเนสหลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ บวกกับมาตรการเว้นระยะห่าง การสวมบทเทรนเนอร์ออนไลน์จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเพียงหาพื้นที่โล่งก็สามารถสอนออกกำลังกายได้แล้ว ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือสวนสาธารณะก็สามารถสอนออนไลน์ได้อย่างสบาย ๆ หมดห่วงเรื่องสถานที่ไปได้เลย

2.ยืดหยุ่นเรื่องเวลา
ไม่เพียงแต่หมดห่วงเรื่องสถานที่แล้วยังไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา เพราะเทรนเนอร์ออนไลน์สามารถทำงานได้ทุกเวลา เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาเปิดปิดยิม ทำให้ตกลงเวลากับอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะช่วงเช้า ช่วงสาย ช่วงบ่าย ช่วงเย็น หรือช่วงค่ำ หากทั้งสองฝ่ายสะดวกช่วงเวลาเดียวกันก็ไร้ปัญหา แถมยังไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อย ไม่ต้องต่อคิวรอใช้อุปกรณ์ ทำให้การสอนออกกำลังกายออนไลน์ค่อนข้างยืดหยุ่นเรื่องเวลา ตอบโจทย์คนทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาได้เป็นอย่างดี

3.สอดคล้องกับเทรนด์รักสุขภาพ
ขึ้นชื่อว่าการออกกำลังกายแน่นอนว่าย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพ ยิ่งปัจจุบันเทรนด์ดูแลสุขภาพมาแรงเป็นอย่างยิ่ง โดยกลุ่มคนรักสุขภาพต่างหันมาให้ความสำคัญทั้งการเลือกทานอาหารหรือการออกกำลังกายเพื่อเสริมความฟิตทั้งภายนอกและภายใน การสวมบทเทรนเนอร์ออนไลน์จึงตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพได้พอดี นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องพึ่งโลกออนไลน์เป็นหลัก การเรียนออกกำลังกายโดยไม่ต้องไปยิมจึงเป็นตัวเลือกน่าสนใจ

สำหรับใครที่เป็นนักออกกำลังกายตัวยง มีเทคนิคการออกกำลังกายที่อยากแบ่งปัน หรือประกอบอาชีพเทรนเนอร์อยู่ก่อนแล้ว ในยุคที่โควิด-19 ระบาดและกำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้ สามารถเลือกเป็นเทรนเนอร์ออนไลน์ หรือหากใครมีความถนัดด้านอื่นอาจเลือกเป็นติวเตอร์ออนไลน์ เพื่อแบ่งปันความรู้ในช่วงกักตัวอยู่บ้าน นอกจากได้ฝึกฝนวิชาแล้ว ยังอาจมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ทำความเข้าใจอาการแพ้นมวัวและแพ้น้ำตาลแลคโตส

ทำความเข้าใจอาการแพ้นมวัวและแพ้น้ำตาลแลคโตส

ทำความเข้าใจอาการแพ้นมวัวและแพ้น้ำตาลแลคโตส

เราอาจจะเคยได้ยินว่ามีคนดื่มนมวัวแล้วมีอาการท้องเสียท้องอืดอย่างรุนแรงหรือที่เรียกว่าเป็นอาการแพ้นมวัว ที่จริงแล้วนั่นอาจเป็นการแพ้น้ำตาลแลคโตสที่อยู่ในนมวัว อาการนี้จะเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ เราได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์มาให้ดูกัน ดังนี้

โดยปกติแล้วในนมวัวมีน้ำตาลโมเลกุลคู่ที่เรียกว่า น้ำตาลแลคโตส เป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหากับการดื่มนมวัวเพราะภายในลำไส้จะมีมีเอนไซม์สำหรับย่อยน้ำตาลชนิดนี้ ชื่อว่า เอนไซม์แลคเตส โดยจะย่อยน้ำตาลแลคโตสให้กลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็กเดี่ยวที่ดูดซึมได้ 2 ชนิด ชื่อว่าน้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลกาแลคโตส จึงไม่มีปัญหาท้องอืดท้องเสียหลังการดื่มนมวัว

แต่ผู้ที่มีอาการแพ้นมวัวอันมาจากการขาดเอนไซม์แลคเตส จะไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ เมื่อดื่มนมวัวเข้าไป จึงย่อยยากหรือย่อยไม่หมดและเกิดการตกค้างในลำไส้ แล้วเกิดแก๊สตามมา จนรู้สึกท้องอืดไม่สบายท้องและท้องเสียตามมา

ภาวะแพ้น้ำตาลแลคโตส เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  1. ถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากแม่สู่ลูก
  2. เกิดจากมารดาที่ดื่มนมวัวมากเกินไปในระหว่างตั้งครรภ์
  3. เกิดหลังจากมีภาวะติดเชื้อในลำไส้ เช่น เป็นโรคกระเพาะอักเสบ โรคลำไส้อักเสบแบบเรื้อรัง
  4. เกิดภายหลังจากการรักษาโรคบางอย่าง เช่น รักษามะเร็งด้วยวิธีเคมีบำบัด หรือการใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่อเนื่องเป็นเวลานาน

เมื่อคาดว่าคนในครอบครัวหรือตัวเองมีอาการแพ้นมวัวหรือแพ้น้ำตาลแลคโตส ทางที่ดีคือควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยละเอียด เพราะอาการแพ้แลคโตสมีความคล้ายคลึงกับโรคในระบบทางเดินอาหารอีกหลายชนิด จึงควรตรวจให้ละเอียด โดยปัจจุบันทางการแพทย์แนะนำวิธีการลดปัญหาความรุนแรงจากการแพ้น้ำตาลแลคโตส โดยให้เริ่มจากการปรับลดปริมาณนมวัวที่ดื่ม ให้จิบเล็กน้อยก่อน เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับสมดุลในลำไส้ แต่ถ้าทดลองแล้วไม่สามารถดื่มได้ ให้เปลี่ยนชนิดนมคือ เลือกดื่มนมถั่วเหลืองแทน

กรณีที่มีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตสอย่างรุนแรง ต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำจากนมวัวหรือนมแพะด้วย เช่น ชีส ไอศครีม เนยแข็ง และเมนูอาหารบางรายการ เช่น พิซซ่า ขนมปังที่มีนมวัว เนยและชีส เป็นต้น ในด้านการดูแลสุขภาพของผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตส ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพิ่มเติมเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน โดยแหล่งอาหารที่ให้แคลเซียมธรรมชาติในปริมาณสูง คือ ผักใบสีเขียวเข้ม คะน้า บรอกโคลี ถั่ว เมล็ดอัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ปลาเล็กปลาน้อยทอดกรอบ เป็นต้น

เราหวังว่า บทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเข้าใจต้นเหตุของปัญหาแพ้นมวัวหรือแพ้น้ำตาลแลคโตสได้ดีขึ้น และลองนำเทคนิคแก้ปัญหาแพ้นมวัวไปใช้ เพื่อการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมต่อไป

ลงทุนในยุค 2020 ต้องมีหลักการคิดอย่างไร

ลงทุนในยุค 2020 ต้องมีหลักการคิดอย่างไร

ลงทุนในยุค 2020 ต้องมีหลักการคิดอย่างไร

การลงทุนในปัจจุบันต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายส่วน เพื่อให้คุณลดความเสี่ยงต่อภาวะขาดทุน เพิ่มโอกาสแข่งขันทางธุรกิจกับคู่แข่งที่อยู่ในประเภทสินค้าและบริการเดียวกัน และยังประหยัดระยะเวลาในการก้าวสู่ความสำเร็จของชีวิตด้วย เรามาดูกันว่า ต้องมีหลักการคิดอย่างไรเพื่อการลงทุนที่ดีในปี 2020

  1. ลงทุนด้านความรู้

ก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ร่วมหุ้นกับใคร หรือแม้แต่การตัดสินใจลงทุนด้านการเงิน เช่น ซื้อหุ้นหรือกองทุน ควรต้องศึกษาจากหนังสือ คอลัมน์วิเคราะห์ข่าว รวมถึงการลงเรียนคอร์สออนไลน์ที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนั้น ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งแบบฟรีและต้องเสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากคุณมีเงินทุนและเวลาจำกัด ต้องใส่ใจพิจารณาด้านความคุ้มค่าในการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทุกครั้ง

  1. แหล่งเงินทุนทำธุรกิจ

หากคุณมีเงินทุนสำรองเพียงพอสำหรับการลงทุนและเผื่อขาดทุนได้นาน 1 ปี ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้องค์กรใดจากการกู้ไปลงทุนทำธุรกิจ แต่หากจำเป็นต้องกู้เงิน ไม่ควรกู้เงินนอกระบบโดยเด็ดขาด แม้จะได้เงินง่ายและเร็วเพียงใด เพราะดอกเบี้ยจะคิดในอัตราสูงและในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน คุณอาจประสบปัญหาในการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยได้

ทางที่ดี คือควรใช้หลักทรัพย์ของตนเอง เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน รถยนต์ ฯลฯ ในการกู้เงินจากสถาบันทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือในปี 2020 คุณสามารถลองเขียนแผนธุรกิจเพื่อยื่นขอเงินมาลงทุน โดยติดต่อกับสถาบันการเงินที่รัฐบาลสนับสนุนการทำธุรกิจของคนรุ่นใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้

  1. ประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของตนเองก่อน

ก่อนทำธุรกิจหรือลงทุนในตลาดหุ้น จำเป็นต้องพิจารณาว่า ความถนัด ความชื่นชอบ และการจัดสรรเวลาในแต่ละวันของคุณเหมาะกับธุรกิจประเภทใดบ้าง หากคุณเลือกลงทุนทำธุรกิจหมวดที่มีการแข่งขันกันสูง หรือที่เรียกว่า Red Ocean คุณจะต้องทำการบ้านอย่างหนัก ในการมองหาว่าตัวเองมีจุดแข็งตรงไหน จึงจะแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจรายอื่นได้ หรือคุณมีจุดอ่อนตรงไหนที่คุณจะต้องเสริมอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้แบรนด์สินค้าและบริการของคุณแข็งแรงยิ่งขึ้น

แม้แต่กรณีที่คุณอยู่ในธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันกันน้อย เช่น เป็นงานที่ต้องมีความสามารถเฉพาะด้าน คุณก็ไม่อาจนิ่งนอนใจ เพราะปัจจุบันวิทยาการเทคโนโลยีก้าวไกลมาก ในไม่ช้าก็จะมีคู่แข่งที่สามารถตามคุณได้ทัน คุณจึงต้องพัฒนาตัวเองและสร้างธุรกิจให้ก้าวทันยุคสมัยอยู่เสมอ

จะเห็นได้ว่า ก่อนจะลงทุนทำกิจการใด ๆ ก็ตาม ต้องศึกษาหาความรู้ วิเคราะห์ตัวเอง และไม่หยุดนิ่งที่จะปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อมในภาวะตลาดที่ผันผวน ฯลฯ เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการมองอย่างรอบด้านและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้การลงทุนทุกอย่างประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นด้วย