ข้อดีจากการทำงานที่บ้านในช่วงไวรัสโควิดระบาด

ข้อดีจากการทำงานที่บ้านในช่วงไวรัสโควิดระบาด

ข้อดีจากการทำงานที่บ้านในช่วงไวรัสโควิดระบาด
notebook written work from home text with stationary

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาที่มีสถานการณ์ไวรัสโควิดระบาด ก็ทำให้หลายองค์กรได้ปรับเปลี่ยนวิธีทำงานของพนักงานจำนวนมาก โดยให้ทำงานที่บ้าน หรือ work from home

เรามาดูกันว่าวิธีนี้จะมีข้อดีอย่างไรบ้าง

  1. ลดความเสี่ยงในการติดโรค

ในช่วงไวรัสโควิดระบาด เราทุกคนต้องรักษาระยะห่างตามหลักการ Social Distance การที่คนส่วนใหญ่ได้โอกาสทำงานจากที่บ้าน ประชุมและส่งงานทางอีเมล จึงเป็นทางออกที่ดีในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโรคเข้าสู่ตัวเอง และยังป้องกันไม่ให้ตนเองเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสโควิดมาสู่คนอื่นในครอบครัวด้วย

  1. เพิ่มประสิทธิภาพได้ผลงานมากขึ้น

ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น มาจากพนักงานแต่ละคนไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางอย่างแต่ก่อน โดยเฉพาะคนที่ทำงานในกรุงเทพฯ ที่ต้องเผชิญปัญหารถติดนาน 1-2 ชั่วโมง จึงเท่ากับมีเวลาในการทำงานได้มากขึ้นถึงวันละ 2-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว การทำงานที่บ้านจึงช่วยให้องค์กรได้ผลผลิตงานมากขึ้นกว่าเดิม

  1. พนักงานมีความสุขกับครอบครัวมากขึ้น

เมื่อได้โอกาสทำงานที่บ้าน พนักงานที่มีลูกวัยเรียนที่ได้รับอนุญาตให้เรียนออนไลน์ในช่วงเดียวกันนี้ ก็จะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น มีกิจกรรมในครอบครัว ทั้งการสอนการบ้าน การเล่นกีฬา การร้องเพลงร่วมกัน ฯลฯ โดยรวมจึงทำให้ทุกคนมีความสุขกับครอบครัวมากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างกันแน่นแฟ้นขึ้น และลดความเครียดลงได้

  1. ลดค่าใช้จ่ายให้แก่บริษัทได้

เนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน ทางบริษัทจึงลดค่าใช้จ่ายได้หลายส่วน เช่น ค่าพิมพ์เอกสาร ค่าน้ำ ค่าไฟ หากเป็นองค์กรขนาดเล็กที่ต้องเช่าออฟฟิศ ก็ยังตัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้อีก จึงเป็นการลดต้นทุนธุรกิจไปได้อย่างมาก

  1. ลดจำนวนคนว่างงาน

เมื่อบริษัทหาทางออกให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ จึงทำให้มีเงินทุนสำรองเพื่อทำธุรกิจต่อได้นานขึ้น ลดโอกาสที่จะต้องเสี่ยงปิดกิจการและปลดพนักงาน เรียกได้ว่าได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

  1. มีเวลาออกกำลังกายมากขึ้น

การออกกำลังกายเพียงวันละ 30 นาที สามารถช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว คนที่ทำงานออฟฟิศแทบจะไม่มีเวลาในการออกกำลังกายเลย เพราะมีความเหนื่อยสะสมจากการเดินทาง เมื่อได้ทำงานจากที่บ้านจึงทำให้ทุกคนสามารถแบ่งเวลาไปออกกำลังกาย เช่น การเดิน เดินเร็ว วิ่ง กระโดดเชือก เล่นโยคะ ฯลฯ จึงมีสุขภาพดีขึ้นได้

จะเห็นได้ว่าการทำงานที่บ้านมีประโยชน์หลายด้านในช่วงเวลานี้ ขอเพียงทุกคนตั้งใจทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด เราก็จะผ่านพ้นวิกฤตโรคโควิด-19 ระบาดที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกไปได้อย่างแน่นอน

อยากมีรายได้เสริมช่วงโควิด-19 ระบาด ทำได้จากที่บ้าน

อยากมีรายได้เสริมช่วงโควิด-19 ระบาด ทำได้จากที่บ้าน

อยากมีรายได้เสริมช่วงโควิด-19 ระบาด ทำได้จากที่บ้าน

การสร้างรายได้ดูเหมือนจะมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ไวรัสโควิดระบาดตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากทุกคนจะต้องรักษาระยะห่างระหว่างการตามหลักการ Social Distance และระบบเศรษฐกิจก็มีภาวะฝืดเคืองตกต่ำอย่างมาก ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศอย่างเคย แม้แต่คนไทยด้วยกันเองก็ต้องประหยัดเงินในกระเป๋าสตางค์ การใช้จ่ายจึงลดลง

ดังนั้น เราทุกคนจึงต้องมองหาช่องทางหารายได้จากที่บ้าน ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  1. การรับจ้างเขียนบทความออนไลน์

เป็นทางออกง่ายที่สุดที่เราทุกคนสามารถทำได้ โดยไม่ต้องลงทุน เพียงแค่มีอุปกรณ์คือ โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กคุณก็สามารถที่จะรับจ้างเขียนบทความ เพื่อให้เว็บไซต์ต่าง ๆ นำไปใช้ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์ ตามระบบ SEO ที่ Google ใช้ประเมินคุณภาพเว็บไซต์ จากการอัปเดตบทความสม่ำเสมอ มีผู้ต้องการว่าจ้างนักเขียนสาขาต่าง ๆ มากมาย

หากคุณสนใจ ลองเข้าไปในกลุ่ม Facebook หรือพิมพ์ในช่อง search ของ Google ด้วยคำว่า รับจ้างเขียนบทความ เขียนบทความออนไลน์ ฟรีแลนซ์เขียนบทความ ก็ได้ แล้วขอสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มหรือเว็บไซต์เหล่านั้น แล้วคุณจะมีโอกาสพบกับนายจ้างที่ต้องการซื้อบทความจากหลากหลายบริษัท และถ้าคุณถนัดการเขียนบทความภาษาอังกฤษด้วยแล้ว ก็จะยิ่งได้ค่าตอบแทนสูงขึ้นหลายเท่าตัวด้วย

  1. อัดคลิปเป็น youtuber

youtuber เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ คุณไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์อะไรมากมายนอกจากโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ แค่อัปเดตคลิปที่น่าสนใจ อาจจะเป็นการร้องเพลง ทำภาพอนิเมชั่นสนุก ๆ หรือถ่ายภาพเรื่องราวความประทับใจในครอบครัว เล่นกับสัตว์เลี้ยง สุนัข แมว รีวิวร้านอาหารอร่อย สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ฯลฯ

จากนั้นเมื่อเริ่มมีผู้ชมมากขึ้น ก็สามารถเปิดสร้างรายได้ใน YouTube คุณก็สามารถที่จะมีเงินแบบ Passive Income เข้าสู่กระเป๋าได้ในไม่ช้า ทั้งนี้ โอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาวจะยิ่งสูง ถ้าคุณมีความสม่ำเสมอในการอัปโหลดคลิปใหม่บ่อย ๆ ด้วย

  1. ขายรูปภาพออนไลน์

การส่งภาพถ่ายที่มีคุณภาพดีหรืออาจจะเป็นภาพเวกเตอร์ที่คุณใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้าง โดยไม่ได้ไปลอกเลียนลิขสิทธิ์ของคนอื่น ไปยังเว็บไซต์ขายภาพของต่างประเทศ เช่น shutterstock, 123RF, Fotolia, iStockฯลฯ ถ้าภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐาน คุณก็สามารถเริ่มจำหน่ายสร้างรายได้จากการดาวน์โหลด โดยลูกค้าของเว็บไซต์ที่สนใจต้องการใช้ภาพนำคุณไปประกอบในเว็บไซต์ทางธุรกิจ เขียนบทความออนไลน์ ทำเอกสารสิ่งพิมพ์รูปแบบต่าง ๆ จะต้องจ่ายตามอัตราที่เว็บไซต์กำหนด ทั้งนี้ หากคุณมีความสามารถในการถ่ายภาพที่เป็นเอกลักษณ์ คุณอาจจะได้รับการติดต่อเป็นส่วนตัว เพื่อการจ้างงานเฉพาะกิจด้วยก็เป็นได้

จะเห็นได้ว่า การสร้างรายได้ในยุคไวรัสโควิดระบาดนี้มีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณถนัดแบบไหน ให้พิจารณาจากสิ่งที่คุณชื่นชอบ แล้วต่อยอดไปสู่การเชื่อมโยงกับระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อการสร้างรายได้เข้าสู่กระเป๋า นี่จะเป็นทางรอดที่ทำให้คุณมีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน จนกว่าจะผ่านพ้นวิกฤตโควิดได้

วิธีคลายเครียดหลังทำงาน 2019

วิธีคลายเครียดหลังทำงาน 2019

การทำงานในปัจจุบันทุกสาขาอาชีพมีภาวะเครียดสูงขึ้น โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศหรือลูกจ้างบริษัทเอกชนที่ต้องแข่งขันกับธุรกิจแบรนด์อื่นที่มีลูกค้ากลุ่มเดียวกัน และยังต้องทำงานหนักขึ้นเมื่ออยู่ในภาวะความไม่แน่นอนของการเมืองและเศรษฐกิจโลกด้วย

หลังจากเวลาทำงาน เราทุกคนจึงควรที่จะหาวิธีคลายเครียดที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง จะมีวิธีใดบ้างเราได้รวบรวมมานำเสนอที่นี่แล้ว

เดินออกกำลังกาย

สวนสาธารณะใกล้ที่ทำงานหรือบ้านเป็นเป้าหมายที่ดี ในการใส่รองเท้ากีฬาไปเดินออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย จะกำหนดเป็นทุกวันในช่วงเวลาเย็นหลังเลิกงาน หรือจะเป็นวันเสาร์อาทิตย์เพื่อให้มีเวลาผ่อนคลายเต็มที่มากขึ้นก็ได้ แนะนำชวนเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัวไปด้วย ถือว่าเป็นการทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกัน

ขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด

หลายคนชอบเที่ยวทะเลเที่ยวภูเขาที่ต่างจังหวัด เมื่อถึงวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ ไม่ต้องรอช้า ปักหมุดเลยว่าอยากได้บรรยากาศที่ไหน ถ้าขับรถออกจากบ้านตั้งแต่เย็นวันศุกร์จะทำให้คุณมีเวลาได้พักผ่อนมากยิ่งขึ้น ตื่นเช้าวันเสาร์ชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นในสถานที่แปลกใหม่ ก็เท่ากับคุณได้ชาร์จพลังตัวเองก่อนที่จะถึงวันจันทร์ถัดไปได้ อย่างไรก็ตาม ควรหาข้อมูลเส้นทางการขับขี่ สถานที่กิน สถานที่ท่องเที่ยว ในละแวกนั้นด้วย เพื่อให้คุณใช้เวลาในวันเสาร์อาทิตย์นั้นอย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

เข้าชมรมทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม

คนรุ่นใหม่ชอบใช้เวลาวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อการทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์จรจัด คนตาบอด เด็กกำพร้า ผู้สูงอายุที่ขาดคนดูแล ฯลฯ มีองค์กรอยู่มากมายทั่วประเทศที่รอรับการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการทำกิจกรรมสันทนาการ การบริจาคสิ่งของ การทำอาหารเลี้ยง ฯลฯ การทำเพื่อผู้อื่นจะทำให้คุณรู้สึกภูมิใจในตัวเอง การแบ่งปันความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเทคนิคการฟื้นพลังกายและพลังใจให้ตัวเองได้เป็นอย่างดี

การทำเมนูอาหารที่ชอบ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบทำอาหาร แนะนำเปิดตำรา หรือคลิป Youtube ทำเมนูใหม่ ๆ จะอาหารจีน ไทย ฝรั่ง ของคาวหรือของหวาน ก็มีให้คุณเลือกศึกษาและทำตามได้ง่าย ๆ หลังจากนั้นก็มารับประทานหน้าโทรทัศน์พร้อมกับคนในครอบครัว หรือจะอ่านหนังสือเล่มโปรดระหว่างรับประทานก็เป็นการพักผ่อนที่ดีเช่นกัน

ความเครียดจากการทำงานเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องหาทางกำจัดออก เพื่อไม่ให้มีภาวะความเครียดสะสม หรือเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า หรือหมดพลังในการทำงานในระยะยาว เพียงเลือกกิจกรรมที่คุณชอบทำเป็นประจำ คุณก็จะรู้สึกสบายใจและมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น

วิธีคลายเครียดที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง

คนรุ่นใหม่อยากมีธุรกิจส่วนตัว ต้องรู้ขั้นตอนแบบมืออาชีพ

คนรุ่นใหม่อยากมีธุรกิจส่วนตัว ต้องรู้ขั้นตอนแบบมืออาชีพ

การทำธุรกิจส่วนตัวเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ เพราะสามารถใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองได้อย่างเต็มที่ในการสร้างโดยไม่ต้องอยู่ในระบบการทำงานแบบออฟฟิศ ทั้งยังมีผลกำไรสูงเก็บเงินได้มาก เพื่อการออมและลงทุนในระยะยาว

คนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจส่วนตัวต้องไม่พลาด การเรียนรู้ขั้นตอนการทำแบบมืออาชีพ ต่อไปนี้

1. การวิเคราะห์ความถนัด

อันดับแรกต้องวิเคราะห์ความสามารถของตัวเองได้ ว่ามีความถนัดในด้านใดหรือสนใจศาสตร์ใดเป็นพิเศษ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าคุณต้องทำเป็นทุกอย่างในธุรกิจหนึ่ง ๆ เช่น หากต้องการเปิดร้านอาหาร คุณไม่จำเป็นจะต้องเป็นกุ๊กเอง แต่คุณมีความสามารถที่จะวิเคราะห์อาหารได้ว่าแบบใดคือรสชาติที่ดีที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า และต้องรู้ภาพรวมในการบริหารที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีทิศทาง

2. การสะสมทักษะในการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มักเริ่มต้นมาจากการทำงานตำแหน่งล่างสุด ตัวอย่างเช่น การเปิดร้านอาหาร หลายคนมาจากการทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ ทำงานล้างจาน หรือเป็นผู้ช่วยในครัวหลังจากนั้นก็ทำการสังเกตสิ่งต่าง ๆ ทั้งด้านการครัว งานบริหาร การบริการลูกค้า ฯลฯ แล้วค่อยแยกตัวมาเปิดร้านของตัวเองได้จนสำเร็จ ก็เพราะการมีทักษะบริหารจัดการจากประสบการณ์ที่สะสมมาหลายปี

3. การเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใด สินค้าหรือบริการประเภทไหน ก็จำเป็นต้องตีโจทย์ให้แตกว่าตรงกับกลุ่มลูกค้าแบบใด ทั้งช่วงอายุเพศ อาชีพ หรือกำลังทรัพย์ในการซื้อสินค้า ไม่มีทางที่สินค้าอย่างเดียว จะเป็นที่ถูกใจลูกค้าทั่วไปทั้งหมด การเข้าใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ยังเป็นกุญแจในการทำสื่อโฆษณาที่ดึงดูดใจลูกค้าในการมาใช้บริการด้วย

4. การมีแผนสำรองในการทำธุรกิจ

นอกจากต้องเตรียมเงินทุนสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าขนส่ง ค่าจ้างแรงงาน ฯลฯ แล้ว ยังจะต้องเผื่อแผนสำรองไว้ กรณีที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงค่าเงิน มีปัญหาการเมืองภายในและระหว่างประเทศ หากไม่มีเงินทุนสำรอง อาจจะทำให้ธุรกิจคุณต้องหยุดชะงักหรือปิดตัวลงได้

5. การไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา

ความต้องการของลูกค้ายุคใหม่นั้น จะมองหาความแตกต่างและมักมีคู่แข่งที่เลียนแบบผู้ที่ประสบความสำเร็จก่อน การทำธุรกิจจึงไม่สามารถที่จะหยุดนิ่งตัวเอง เพราะเท่ากับการถอยหลังให้คู่แข่งรายอื่นแซงหน้าไปได้

เราหวังว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้คนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจของตัวเอง มีแนวทางในการคิดวางแผนอย่างรอบคอบ ค่อย ๆ เรียนรู้และพัฒนาธุรกิจ เพื่อทำให้ธุรกิจที่ตั้งใจทำมีการเติบโตได้อย่างมั่นคงต่อไป

คนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจส่วนตัวต้องไม่พลาด

ห้ามมองข้ามสิ่งเหล่านี้ หากต้องการจ้างงานคนรุ่นใหม่

ห้ามมองข้ามสิ่งเหล่านี้ หากต้องการจ้างงานคนรุ่นใหม่

ปัจจุบันมีการวิจัยตลาด พบว่าอัตราการเปลี่ยนงานของคนรุ่นใหม่สูงขึ้น มีระยะเวลาทำงานแต่ละแห่งสั้นลง เนื่องจากอุปนิสัยของคนรุ่นใหม่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความเป็นอิสระสูง หากทำงานในบริษัทก็ต้องการพื้นที่ให้ได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ รวมถึงต้องการองค์ประกอบอื่น ๆ ที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิตในยุค 2019

ผู้ที่ต้องการจ้างคนรุ่นใหม่ทำงานทั้งแบบฟรีแลนซ์หรืองานประจำ จึงควรให้ความสำคัญกับสิ่งต่อไปนี้

1. มีความยืดหยุ่นสูง

เราจะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่นิยมใช้ notebook ทำงานในร้านกาแฟที่มีบรรยากาศสบาย ๆ เพราะให้ความเป็นอิสระ ทำให้มีความคิดที่โลดแล่น และมีความสุขมากกว่าการทำงานในห้องสี่เหลี่ยม คนรุ่นใหม่จึงนิยมทำงานกับองค์กรที่มีนโยบายยืดหยุ่นสูง ทั้งด้านสถานที่และเวลาทำงาน ไม่นิยมอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เคร่งครัดมากเกินไป โดยเฉพาะทั้งเรื่องการแต่งกายและการจัดแต่งทรงผม หากมีการอนุโลมให้สามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ โดยกำหนดเวลาเข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะมีแนวโน้มจ้างงานคนรุ่นใหม่ให้ทำงานประจำได้ยาวนานกว่าการทำรูปแบบเดิม

2. มีสวัสดิการที่ถูกใจคนรุ่นใหม่

การมีสวัสดิการที่พร้อมหลาย ๆ ด้าน จะเป็นสิ่งจูงใจคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ทั้งการมีสวัสดิการที่คนส่วนใหญ่รู้จักกัน เช่น การมอบเงินโบนัส การมีชุดเครื่องแบบ การให้สิทธิ์ในการซื้อสินค้าของบริษัทในราคาลดพิเศษ การมีวันหยุดพิเศษ ฯลฯ รวมถึงต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่จูงใจ เช่น มีสถานที่ออกกำลังหรือฟิตเนส และสระว่ายน้ำในบริเวณออฟฟิศ มีการจัดทริปท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นประจำ การให้สิทธิ์วันพักผ่อนแบบสะสม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยดึงดูดใจให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับองค์กรอย่างยาวนานยิ่งขึ้น

3. เจ้านายมีจิตวิทยาในการทำงานร่วมกัน

คนรุ่นใหม่จะไม่ชอบการรับคำสั่งหรือต้องทำงานตามแบบแผนเดิม ผู้ที่เป็นหัวหน้างานหรือเจ้าของบริษัทจึงควรใช้หลักจิตวิทยาในการสื่อสารเสมอ มีการชมเชยกรณีที่ทำงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนด หากมีการทำผิดพลาดต้องฟังความคิดเห็นและให้โอกาสชี้แจงเป็นการส่วนตัว เพื่อไม่สร้างความบาดหมางทางใจ ที่ขาดไม่ได้ คือ การสร้างพลังบวกที่ดีในการทำงานร่วมกันทุกวัน เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้สึกมีความสุข และอยากเป็นส่วนร่วมในการทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยาวนาน

คนรุ่นใหม่ทำงานทั้งแบบฟรีแลนซ์หรืองานประจำ

จะเห็นได้ว่า การทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ จะต้องเข้าใจธรรมชาติและเรียนรู้ซึ่งกันและกันเสมอ ทั้งในด้านอุปนิสัย ไลฟ์สไตล์ในการทำงาน และการมอบสวัสดิการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ตรงใจคนรุ่นใหม่ จึงจะทำให้การทำงานร่วมกันมีความสุขมากขึ้น และยังช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าให้องค์กรเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

เคล็ดลับวัยรุ่นสมัครงาน ทำอย่างไรให้ได้งานไว

เคล็ดลับวัยรุ่นสมัครงาน ทำอย่างไรให้ได้งานไว

ทุกวันนี้ตลาดงานเปิดรับวัยรุ่นวัยเรียนเข้าทำงานมากขึ้น ให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ได้มีโอกาสสร้างรายได้เพื่อเป็นทุนการศึกษา เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวช่วยลดภาระพ่อแม่ หรือบางคนอยากลองสัมผัสอาชีพจริงก่อนสมัครเรียนสายอาชีพที่สนใจในอนาคต ช่วงมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยไม่ได้ว่างมากและยังเรียนอยู่ ก่อนเริ่มหางานทำสิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาว่ามีงานพาร์ทไทม์หาค่าขนมเวลาว่างหรือไม่ หลายธุรกิจสนับสนุนการทำอาชีพเสริมในวัยเรียนซึ่งทำงานหลังเลิกเรียน วันหยุดสุดสัปดาห์ และช่วงปิดเทอมได้ ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์ร้านสะดวกซื้อ พนักงานเสิร์ฟร้านกาแฟและร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด หรือร้านหนังสือที่จ้างพนักงานออกบูธเป็นครั้งคราว สำรวจตัวเลือกดีๆ เท่านี้ก็หมดปัญหาแล้ว

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเริ่มสมัครงาน

สิ่งที่ต้องเตรียมคือเอกสารต่างๆ ตรวจสอบว่าคุณสมบัติของตัวเองตรงกับงานหรือไม่ ถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปีอาจจะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย มั่นใจว่าได้รับสิทธิต่างๆ ตามสมควร ทบทวนเวลาและสถานที่ที่สามารถทำงานได้ไม่มีผลกระทบต่อการเรียน ในช่วงปิดเทอมอาจเพิ่มเวลาทำงานมากขึ้น หรือเพิ่มชั่วโมงทำงานในวันหยุด

งานที่เลือกทำอาจจะเกี่ยวข้องกับความถนัดหรืออาชีพ ถามตัวเองก่อนว่ามีเป้าหมายอะไรและมองหางานแนวไหน เช่น อยากเรียนด้านสัตวแพทย์ ลองสอบถามตามโรงพยาบาลและคลินิกว่าต้องการจ้างพนักงานชั่วคราวหรือไม่ หากสนใจที่จะทำงานกับเด็กเล็ก ลองสอบถามศูนย์ดูแลเด็กว่ามีงานหลังเลิกเรียนหรืองานค่ายฤดูร้อนให้ทำหรือไม่ งานที่พิพิธภัณฑ์ สำนักพิมพ์ สวนสัตว์ หรือองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ ใช้เวลาสำรวจตัวเลือกดี ๆ ที่สำคัญต้องระวังให้มากไม่ให้ถูกหลอกลวงด้วย เช่น งานที่อ้างว่ารายได้สูงแต่ไม่ต้องขายแต่ที่แท้คืองานขายตรง หรือ การหลอกลวงให้ลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนสูง ๆ แต่ที่แท้คือแชร์ลูกโซ่ หรือ งานแคสติ้งถ่ายแบบโฆษณา แต่ที่แท้คือถูกล่อลวงไปข่มขืนล่วงละเมิดทางเพศ

วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพคือเริ่มต้นหางานออนไลน์โดยเน้นไปที่งานจ้างชั่วคราว ดูรายชื่อบริษัทหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะร้านค้าปลีกที่มักให้ความสนใจฝึกอบรมและจ้างวัยรุ่นเข้าทำงาน แนะนำให้ไปสอบถามตามสาขาโดยตรงเพื่อดูว่ามีตำแหน่งว่างหรือยื่นใบสมัครไว้ก่อน แนะนำให้แต่งตัวเรียบร้อยเหมาะสมเตรียมเอกสารพร้อมที่จะกรอกใบสมัครและพร้อมเข้าสัมภาษณ์ในทันที ซักซ้อมคำถามคำตอบไว้ก่อน พูดช้าและชัดเจน ไม่พึมพำหรือพูดเร็วเกินไป สบตาและพยักหน้าแบบตั้งใจฟังแสดงให้เห็นว่ามีทักษะการสื่อสารที่ดีจะมีโอกาสได้งานทำมากขึ้นสิ่งที่ควรเตรียมก่อนเริ่มสมัครงาน

เด็กหลายคนเริ่มธุรกิจของตนเองจากสิ่งที่รู้และมีความถนัด เช่น งานสอนพิเศษหรือติวเข้ามหาวิทยาลัย หากเรียนเก่งและมีทักษะการสื่อสารที่ดี งานสอนพิเศษเป็นอาชีพที่ทำรายได้ดีและทำได้ตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงอาชีพพิเศษหลังเลิกงานอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เป็นไปได้อีกมากมาย เช่น พี่เลี้ยงเด็ก รับจ้างตัดหญ้าและจัดแต่งสวน ทาสีบ้าน รับจ้างล้างรถ ผลิตเสื้อผ้าแฮนด์เมด ตลอดจนขายของออนไลน์ งานบางอย่างอาจต้องการความช่วยเหลือจากผู้ปกครอง ครู หรือผู้ปกครองของเพื่อน เพราะจะต้องอ้างอิงบุคคลที่รู้จักซึ่งยินดีให้ความช่วยเหลือ ก่อนรับงานต้องตัดสินใจให้ดีว่าอยากทำหรือไม่ เวลางานเหมาะสมกับตารางเรียนและกิจกรรมหรือไม่ หากรู้สึกไม่สะดวกใจกับนายจ้าง เพื่อนร่วมงาน หรือสภาพแวดล้อม อย่าเพิ่งรับงานนั้น เลือกงานที่รู้สึกกังวลน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงานหรือทำงานพิเศษควรตั้งใจเต็มที่และเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นทั้งหมด เพราะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงที่ดีในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยและอาชีพในอนาคต