ห้ามมองข้ามสิ่งเหล่านี้ หากต้องการจ้างงานคนรุ่นใหม่

ห้ามมองข้ามสิ่งเหล่านี้ หากต้องการจ้างงานคนรุ่นใหม่

ปัจจุบันมีการวิจัยตลาด พบว่าอัตราการเปลี่ยนงานของคนรุ่นใหม่สูงขึ้น มีระยะเวลาทำงานแต่ละแห่งสั้นลง เนื่องจากอุปนิสัยของคนรุ่นใหม่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความเป็นอิสระสูง หากทำงานในบริษัทก็ต้องการพื้นที่ให้ได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ รวมถึงต้องการองค์ประกอบอื่น ๆ ที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิตในยุค 2019

ผู้ที่ต้องการจ้างคนรุ่นใหม่ทำงานทั้งแบบฟรีแลนซ์หรืองานประจำ จึงควรให้ความสำคัญกับสิ่งต่อไปนี้

1. มีความยืดหยุ่นสูง

เราจะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่นิยมใช้ notebook ทำงานในร้านกาแฟที่มีบรรยากาศสบาย ๆ เพราะให้ความเป็นอิสระ ทำให้มีความคิดที่โลดแล่น และมีความสุขมากกว่าการทำงานในห้องสี่เหลี่ยม คนรุ่นใหม่จึงนิยมทำงานกับองค์กรที่มีนโยบายยืดหยุ่นสูง ทั้งด้านสถานที่และเวลาทำงาน ไม่นิยมอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เคร่งครัดมากเกินไป โดยเฉพาะทั้งเรื่องการแต่งกายและการจัดแต่งทรงผม หากมีการอนุโลมให้สามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ โดยกำหนดเวลาเข้าออฟฟิศสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะมีแนวโน้มจ้างงานคนรุ่นใหม่ให้ทำงานประจำได้ยาวนานกว่าการทำรูปแบบเดิม

2. มีสวัสดิการที่ถูกใจคนรุ่นใหม่

การมีสวัสดิการที่พร้อมหลาย ๆ ด้าน จะเป็นสิ่งจูงใจคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ทั้งการมีสวัสดิการที่คนส่วนใหญ่รู้จักกัน เช่น การมอบเงินโบนัส การมีชุดเครื่องแบบ การให้สิทธิ์ในการซื้อสินค้าของบริษัทในราคาลดพิเศษ การมีวันหยุดพิเศษ ฯลฯ รวมถึงต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่จูงใจ เช่น มีสถานที่ออกกำลังหรือฟิตเนส และสระว่ายน้ำในบริเวณออฟฟิศ มีการจัดทริปท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นประจำ การให้สิทธิ์วันพักผ่อนแบบสะสม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยดึงดูดใจให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับองค์กรอย่างยาวนานยิ่งขึ้น

3. เจ้านายมีจิตวิทยาในการทำงานร่วมกัน

คนรุ่นใหม่จะไม่ชอบการรับคำสั่งหรือต้องทำงานตามแบบแผนเดิม ผู้ที่เป็นหัวหน้างานหรือเจ้าของบริษัทจึงควรใช้หลักจิตวิทยาในการสื่อสารเสมอ มีการชมเชยกรณีที่ทำงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนด หากมีการทำผิดพลาดต้องฟังความคิดเห็นและให้โอกาสชี้แจงเป็นการส่วนตัว เพื่อไม่สร้างความบาดหมางทางใจ ที่ขาดไม่ได้ คือ การสร้างพลังบวกที่ดีในการทำงานร่วมกันทุกวัน เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้สึกมีความสุข และอยากเป็นส่วนร่วมในการทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยาวนาน

คนรุ่นใหม่ทำงานทั้งแบบฟรีแลนซ์หรืองานประจำ

จะเห็นได้ว่า การทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ จะต้องเข้าใจธรรมชาติและเรียนรู้ซึ่งกันและกันเสมอ ทั้งในด้านอุปนิสัย ไลฟ์สไตล์ในการทำงาน และการมอบสวัสดิการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ตรงใจคนรุ่นใหม่ จึงจะทำให้การทำงานร่วมกันมีความสุขมากขึ้น และยังช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าให้องค์กรเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

สมุนไพรในครัว มีอะไรรักษาน้ำมูกหวัดได้

สมุนไพรในครัว มีอะไรรักษาน้ำมูกหวัดได้

ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว จะมีผู้ป่วยเป็นโรคหวัด น้ำมูกไหล คัดจมูกจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานไม่แข็งแรง และได้ได้ละอองฝน ร่วมกับมีการติดเชื้อจากผู้อื่น

เราจึงได้รวบรวมสมุนไพร ที่จะช่วยบรรเทาอาการมีน้ำมูก คัดจมูกจากหวัดได้ มาฝากกัน เพื่อลดความจำเป็นในการใช้ยาได้ ดังนี้

1. หอมแดง

หอมแดงที่เราใช้ทำอาหารเป็นประจำ สามารถนำมาใช้บรรเทาอาการหวัดคัดจมูกได้ โดยใช้หัวหอมแดง 1 กำมือ ทุบในครกให้พอแตก หลังจากนั้นนำไปต้มกับน้ำสะอาด 1 ลิตร จนเดือด แล้วถ่ายใส่ภาชนะใบใหญ่ หลังจากนั้นให้ก้มหน้าเหนือภาชนะห่างประมาณครึ่งฟุต แล้วให้คลุมศีรษะด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ เพื่อให้สามารถสูดดมไอระเหยจากหอมแดงได้อย่างเต็มที่ ทำประมาณ 10 นาทีจะช่วยให้รู้สึกโล่งจมูกมากขึ้น ทำซ้ำวันละ 3-4 เวลา

2. ตะไคร้

นอกจากการใส่ในต้มยำแล้ว ต้นตะไคร้ยังสามารถรักษาหวัดได้ โดยนำต้นตะไคร้ขนาดที่พอเหมาะ 5 ต้นมาบุบให้แตก เพื่อให้มีน้ำมันหอมระเหยออกมา หลังจากนั้นจึงต้มกับน้ำสะอาด 1 ลิตร จนกระทั่งเดือด แล้ว กรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อนำเฉพาะส่วนน้ำตะไคร้ที่ได้ มาจิบบ่อย ๆ จะช่วยลดอาการน้ำมูกและคัดจมูกได้เป็นอย่างดี

3. ขิงแก่

ให้นำขิงแก่ 1 แง่ง มาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ แล้วต้มกับน้ำสะอาด 1 ลิตรโดยใช้เวลาต้มประมาณ 10 นาที นำเฉพาะส่วนน้ำขิงมาดื่มในขณะที่ยังอุ่น ๆ อยู่ โดยดื่ม วันละ 3 เวลา จะช่วยลดอาการแน่นจมูกน้ำมูกไหลได้เป็นอย่างดี

4. พริกขี้หนูสวน

นำมา 1 กำมือ สับให้ละเอียดแล้วนำไปตากแดด 2-3 ชั่วโมง ให้แห้ง แล้วนำไปต้มกับน้ำเดือด กรองด้วยผ้าขาวบางเอาแต่ส่วนน้ำมาดื่มก่อนอาหาร จะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น แต่สูตรนี้ไม่เหมาะกับเด็กและคนชราอาจจะแสบร้อนในลำคอ รวมถึงผู้ที่เคยเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ เพราะอาจทำให้แผลในกระเพาะกำเริบได้

5. กระเทียมสด

กระเทียมเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่สามารถลดอาการหวัดได้ โดยให้กินสดครั้งละ 1 หัว หรือประมาณ 8 กลีบ หรือเติมในเมนูอาหารประเภทยำก็ได้เช่นกัน เป็นเทคนิคที่ช่วยให้อาการคัดมูกน้ำมูกไหลลดลงได้อย่างรวดเร็ว

6. หญ้าใต้ใบ

เป็นสมุนไพรที่มีรสขม โดยนำต้นสดประมาณ 3-5 ต้น ล้างสะอาด ต้มกับน้ำให้เดือด แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ใช้จิบบ่อย ๆ จะทำให้โล่งจมูก ลดน้ำมูกได้เร็วขึ้น

จะเห็นได้ว่าสมุนไพรในครัวใกล้ตัวเรา สามารถลดอาการน้ำมูกจากหวัดได้ง่าย ๆ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเห็นประโยชน์ของสมุนไพรพื้นบ้านสำหรับรักษาหวัดมากขึ้น

กระเทียมเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่สามารถลดอาการหวัดได้

เคล็ดลับวัยรุ่นสมัครงาน ทำอย่างไรให้ได้งานไว

เคล็ดลับวัยรุ่นสมัครงาน ทำอย่างไรให้ได้งานไว

ทุกวันนี้ตลาดงานเปิดรับวัยรุ่นวัยเรียนเข้าทำงานมากขึ้น ให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ได้มีโอกาสสร้างรายได้เพื่อเป็นทุนการศึกษา เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวช่วยลดภาระพ่อแม่ หรือบางคนอยากลองสัมผัสอาชีพจริงก่อนสมัครเรียนสายอาชีพที่สนใจในอนาคต ช่วงมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยไม่ได้ว่างมากและยังเรียนอยู่ ก่อนเริ่มหางานทำสิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาว่ามีงานพาร์ทไทม์หาค่าขนมเวลาว่างหรือไม่ หลายธุรกิจสนับสนุนการทำอาชีพเสริมในวัยเรียนซึ่งทำงานหลังเลิกเรียน วันหยุดสุดสัปดาห์ และช่วงปิดเทอมได้ ไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์ร้านสะดวกซื้อ พนักงานเสิร์ฟร้านกาแฟและร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด หรือร้านหนังสือที่จ้างพนักงานออกบูธเป็นครั้งคราว สำรวจตัวเลือกดีๆ เท่านี้ก็หมดปัญหาแล้ว

สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเริ่มสมัครงาน

สิ่งที่ต้องเตรียมคือเอกสารต่างๆ ตรวจสอบว่าคุณสมบัติของตัวเองตรงกับงานหรือไม่ ถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปีอาจจะต้องมีใบอนุญาตจากผู้ปกครองเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย มั่นใจว่าได้รับสิทธิต่างๆ ตามสมควร ทบทวนเวลาและสถานที่ที่สามารถทำงานได้ไม่มีผลกระทบต่อการเรียน ในช่วงปิดเทอมอาจเพิ่มเวลาทำงานมากขึ้น หรือเพิ่มชั่วโมงทำงานในวันหยุด

งานที่เลือกทำอาจจะเกี่ยวข้องกับความถนัดหรืออาชีพ ถามตัวเองก่อนว่ามีเป้าหมายอะไรและมองหางานแนวไหน เช่น อยากเรียนด้านสัตวแพทย์ ลองสอบถามตามโรงพยาบาลและคลินิกว่าต้องการจ้างพนักงานชั่วคราวหรือไม่ หากสนใจที่จะทำงานกับเด็กเล็ก ลองสอบถามศูนย์ดูแลเด็กว่ามีงานหลังเลิกเรียนหรืองานค่ายฤดูร้อนให้ทำหรือไม่ งานที่พิพิธภัณฑ์ สำนักพิมพ์ สวนสัตว์ หรือองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ ใช้เวลาสำรวจตัวเลือกดี ๆ ที่สำคัญต้องระวังให้มากไม่ให้ถูกหลอกลวงด้วย เช่น งานที่อ้างว่ารายได้สูงแต่ไม่ต้องขายแต่ที่แท้คืองานขายตรง หรือ การหลอกลวงให้ลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนสูง ๆ แต่ที่แท้คือแชร์ลูกโซ่ หรือ งานแคสติ้งถ่ายแบบโฆษณา แต่ที่แท้คือถูกล่อลวงไปข่มขืนล่วงละเมิดทางเพศ

วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพคือเริ่มต้นหางานออนไลน์โดยเน้นไปที่งานจ้างชั่วคราว ดูรายชื่อบริษัทหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะร้านค้าปลีกที่มักให้ความสนใจฝึกอบรมและจ้างวัยรุ่นเข้าทำงาน แนะนำให้ไปสอบถามตามสาขาโดยตรงเพื่อดูว่ามีตำแหน่งว่างหรือยื่นใบสมัครไว้ก่อน แนะนำให้แต่งตัวเรียบร้อยเหมาะสมเตรียมเอกสารพร้อมที่จะกรอกใบสมัครและพร้อมเข้าสัมภาษณ์ในทันที ซักซ้อมคำถามคำตอบไว้ก่อน พูดช้าและชัดเจน ไม่พึมพำหรือพูดเร็วเกินไป สบตาและพยักหน้าแบบตั้งใจฟังแสดงให้เห็นว่ามีทักษะการสื่อสารที่ดีจะมีโอกาสได้งานทำมากขึ้นสิ่งที่ควรเตรียมก่อนเริ่มสมัครงาน

เด็กหลายคนเริ่มธุรกิจของตนเองจากสิ่งที่รู้และมีความถนัด เช่น งานสอนพิเศษหรือติวเข้ามหาวิทยาลัย หากเรียนเก่งและมีทักษะการสื่อสารที่ดี งานสอนพิเศษเป็นอาชีพที่ทำรายได้ดีและทำได้ตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงอาชีพพิเศษหลังเลิกงานอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เป็นไปได้อีกมากมาย เช่น พี่เลี้ยงเด็ก รับจ้างตัดหญ้าและจัดแต่งสวน ทาสีบ้าน รับจ้างล้างรถ ผลิตเสื้อผ้าแฮนด์เมด ตลอดจนขายของออนไลน์ งานบางอย่างอาจต้องการความช่วยเหลือจากผู้ปกครอง ครู หรือผู้ปกครองของเพื่อน เพราะจะต้องอ้างอิงบุคคลที่รู้จักซึ่งยินดีให้ความช่วยเหลือ ก่อนรับงานต้องตัดสินใจให้ดีว่าอยากทำหรือไม่ เวลางานเหมาะสมกับตารางเรียนและกิจกรรมหรือไม่ หากรู้สึกไม่สะดวกใจกับนายจ้าง เพื่อนร่วมงาน หรือสภาพแวดล้อม อย่าเพิ่งรับงานนั้น เลือกงานที่รู้สึกกังวลน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงานหรือทำงานพิเศษควรตั้งใจเต็มที่และเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นทั้งหมด เพราะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงที่ดีในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยและอาชีพในอนาคต

วิธีการควบคุมความดันโลหิตสูงที่เกิดจากอาหาร

วิธีการควบคุมความดันโลหิตสูงที่เกิดจากอาหาร

โรคความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเส้นเลือดในสมองแตก อัมพฤกษ์และอัมพาตได้ ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความดัน นอกจากความเครียดและขาดการออกกำลังกายแล้ว คือ การได้รับเกลือโซเดียมจากอาหารต่าง ๆ ซึ่งจะมีฤทธิ์ทำให้บวมน้ำ ส่งผลให้ความดันเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมวิธีการควบคุมความดันโลหิตสูงจากอาหารมาฝากกัน เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้สำหรับการดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการเติมเกลือลงในอาหาร กรณีที่ทำอาหารรับประทานเอง ควรลดสัดส่วนน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส น้ำปลาร้า ฯลฯ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเพิ่มความดันในร่างกายได้

2. งดรับประทานขนมขบเคี้ยว เช่น มันฝรั่งทอดกรอบ ขนมปังแบบแท่งและแผ่นที่เติมเกลือเสริมสร้างรสชาติ ฯลฯ หรือลดการรับประทาน โดยเปลี่ยนจากการซื้อถุงใหญ่เป็นถุงเล็ก เพื่อจำกัดปริมาณในการรับประทานลง

3. งดรับประทานอาหารที่ใส่ผงชูรส เนื่องจากสูตรเคมีของผงชูรส คือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต ที่มีฤทธิ์ในการเพิ่มความดันโลหิตสูงได้ อาจใช้วิธีทำอาหารรับประทานเองบ้าง และเมื่อรับประทานอาหารนอกบ้านก็ควรแจ้งแม่ครัวว่า ต้องการงดผงชูรสด้วย

4. กรณีนักกีฬา เช่น นักวิ่ง นักไตรกีฬา มักมีการดื่มเครื่องดื่มเสริมเกลือแร่เพื่อชดเชยที่สูญเสียไปกับเหงื่อ หลังออกกำลังกายต่อเนื่องหลายชั่วโมง ควรจำกัดปริมาณของเกลือแร่ที่ดื่มให้ไม่เกิน 1-2 ขวด เนื่องจากมีเกลือโซเดียมและน้ำตาลเป็นส่วนผสมปริมาณมาก ควรใช้วิธีการดื่มน้ำเปล่า คู่กับการรับประทานผลไม้สด เช่น แตงโม น้ำฝรั่ง น้ำมะพร้าว กล้วยหอม ฯลฯ เพื่อรับเกลือแร่ตามธรรมชาติแทนวิธีการควบคุมความดันโลหิตสูง

5. ลดการรับประทานเนื้อสัตว์ตากแห้ง เช่น หมูแดดเดียวทอด ปลาสลิดทอด รวมถึงอาหารแปรรูป เช่น แฮม ไส้กรอก กุนเชียง ฯลฯ เพราะจะมีการใช้เกลือในกระบวนการถนอมอาหารเป็นปริมาณสูง การรับประทานเป็นประจำ จะทำให้เสี่ยงต่อความภาวะความดันโลหิตสูงมากขึ้น

6. ลดการบริโภคเบเกอรี่ เค้ก คุกกี้ ขนมปัง เนื่องจากมักมีการใส่ผงฟูและวัตถุกันเสียสำหรับให้เก็บได้นานและทำให้อาหารน่ารับประทาน ซึ่งจะมีเกลือโซเดียมเป็นส่วนผสมอยู่ด้วย หากเป็นไปได้ควรทำขนมปังด้วยเครื่องแบบพกพารับประทานเอง จะสามารถปรับสัดส่วนของวัตถุดิบ และเติมธัญพืช เช่น งา อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ฯลฯ ที่ให้กากใยและสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อสุขภาพได้ด้วย

จะเห็นได้ว่า การควบคุมความดันโลหิตสูงจากการเลือกอาหาร เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ เพียงแค่ใส่ใจเพียงปฏิบัติให้เป็นกิจวัตร จะช่วยให้ทุกท่านห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างแน่นอน

เคล็ดลับการทำธุรกิจสำหรับเด็กจบใหม่ไฟแรง

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายขึ้นและใช้เงินทุนที่น้อยลงเนื่องจากสามารถใช้ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับ 5g ร่วมกับเทคโนโลยีมือถือ ด้วยความสะดวกนี้ ทุกคนก็สามารถเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ มักจะมีไฟแรงอยากจะประกอบธุรกิจเป็นของตัวเอง เพื่อสามารถที่จะเก็บเงินและต่อยอดไปทำสิ่งอื่น ๆ ได้อีก

บทความนี้ จึงได้รวบรวมเทคนิคการทำธุรกิจที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้สำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบการศึกษา เพื่อนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม

1. ให้ทำธุรกิจจากสิ่งที่มีความชอบเป็นพื้นฐาน ไม่ควรจะเริ่มจากการทำตามแฟชั่น เพราะเห็นตัวอย่างของผู้ที่มีรายได้สูงจากธุรกิจนั้น ๆ เพราะว่าอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณชื่นชอบหรือสนใจแต่เดิม การทำธุรกิจจากสิ่งที่ชอบจะทำให้มีความคิดที่เปิดกว้าง สามารถที่จะมีไอเดียธุรกิจใหม่ ๆ เมื่อมีปัญหาก็มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหา ให้เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ดีในระยะยาว

2. การมองหาการสร้างจุดแข็งหรือจุดขายของธุรกิจตัวเองให้ได้ เช่น คุณมีความสามารถในการทำคอมพิวเตอร์กราฟิกและการทำอาหาร แต่สนใจการทำธุรกิจอาหาร ก็อาจจะนำความสามารถในการทำคอมพิวเตอร์กราฟิกมาช่วยในการออกแบบเมนูอาหารแบบสวยงามและโดดเด่นแตกต่างจากเจ้าอื่น โดยไม่ต้องเสียค่าจ้างทำกราฟิกใด ๆ ซึ่งจะทำให้ได้งานที่ตัวเองก็ภูมิใจและตรงกับความคิดมากที่สุดทั้งยังประหยัดต้นทุนทางธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นได้เป็นอย่างดีด้วย

3. มองทิศทางของอนาคตธุรกิจตัวเองให้ได้ เช่น การทำธุรกิจอาหารขาย ไม่จำเป็นจะต้องเปิดหน้าร้านขายที่บ้านเท่านั้น สามารถที่จะรับออเดอร์ออนไลน์หรือขายให้เพื่อนที่ทำงาน เพื่อให้คุณสามารถหิ้วไปส่งปิ่นโตได้ทุกวัน ฯลฯ เป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่าย โดยที่ไม่ต้องเสียต้นทุนในเรื่องของค่าเช่าหรือพื้นที่โดยไม่จำเป็น

4. การโฆษณาอย่างคุ้มค่า การใช้บริการโฆษณาใน Facebook หรือ Instagram จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งสามารถเลือกคุณสมบัติกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เห็นโฆษณาได้ เช่น เพศ ช่วงอายุ โซนที่อยู่ ฯลฯ ทั้งยังกำหนดได้ว่าจะใช้งบประมาณเท่าไร และให้ประกาศเป็นเวลากี่วัน การทำธุรกิจของคุณย่อมประสบความสำเร็จเร็วมากขึ้นได้ด้วยการโฆษณาที่คุ้มค่านี้

จะเห็นได้ว่า ทั้ง 4 ข้อเป็นเทคนิคของการทำธุรกิจสําหรับนักศึกษาจบใหม่ที่ปรับใช้ได้จริง หากอยากประสบความสำเร็จต้องทำจากสิ่งที่ชอบ ทำอย่างเป็นลำดับขั้นตอน มุ่งมั่นในการพัฒนาต่อยอด และอดทนแก้ไขเมื่อธุรกิจมีปัญหา ฯลฯ จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในระยะยาวแน่นอน

เคล็ดลับการทำธุรกิจสำหรับเด็กจบใหม่ไฟแรง

แบบบ้านการตกแต่งของคนในยุคใหม่

แบบบ้านการตกแต่งของคนในยุคใหม่ที่ควรรู้

บ้านของเราเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของเราทุกคนในยุคปัจจุบัน การสร้างบ้านขึ้นมาได้แล้วนั้น ควรจะต้องมีการตกแต่งหรือต่อเติมเพื่อให้การอยู่ของเราเป็นไปตามที่ใจเราต้องการให้เป็น ไม่ว่าจะตกแต่งอย่างไร หรือด้วยอะไรก็ตาม ก็ถือเป็นสิ่งที่คนเรานิยมชมชอบที่จะทำมันออกมา

ไม่ใช่แค่เพราะให้คนในครอบครัวที่ได้สัมผัสนะ แต่ยังเป็นเพราะคนรอบตัวหรือ ญาติพี่น้องที่จะมาหามาเยี่ยมเรา ไม่ว่าจะเป็นตอนไหน เวลาไหน บ้านที่พร้อมตอนรับทุกคนได้เป็นอย่างดี ก็สามารถตกแต่งเองได้ตามความต้องการขอบเรา การตกแต่งไม่ได้เรียกว่าเป็นการสิ้นเปลืองแต่เป็นการทำให้บ้านของเราเองนั้นสมบูรณ์แบบที่สุด หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการต่อเติมบ้านให้เสร็จคามความต้องการนั้นเอง การตกแต่งมีหลายแบบหลายความคิด ซึ่งแต่ละประเภทอาจจะทำออกมาได้ไม่เหมือนกัน แต่ก็เป็นสไตล์เดียวกัน

1.การตกแต่งห้องนอน เป็นที่ที่เราจะได้รับการผ่อนคลายมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าเราจะเหนื่อยล้ามากแค่ไหน ห้องนอนของเราจะเป็นที่พักผ่อนได้ดีที่สุด เชื่อว่าหให้เป็นไปลายรักที่จะตกแต่งห้องให้เป็นไปตามความต้องการทั้งนั้น ให้เป็นสื่งมี่เชอบมากที่สุด การตกแต่งก็มีหลายแบบ เช่น โคมไฟ หลอดไฟห้อง เตียงนอน พื้นห้อง

2. การตกแต่งห้องนั่งเล่น ให้ดูแล้วสบายตา ไม่มีสิ่งของที่รกจนเกินไป จนทำให้กลายเป็นที่ที่ไม่น่านั่งคุยหรือปรึกษากันของคนในคาอบครัว การตกแต่งทำได้หลายแบบเลยทีเดียว แล้วแต่ความชอบหรือสไตล์การตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป ขั้นแรกควรเริ่มจากโทนสีก่อนเลย ว่าเราต้องหารจะให้เป็นสีอะไร จากนั้นค่อยไปที่สิ่งของบริเวณของห้องควรเป็นโทนเดียวกันทั้งหมด

3.การตกแต่งห้องน้ำ ห้องน้ำจะว่าไปแล้วก็เป็นสิ่งสำคัญพอๆกับห่องนอนเลยก็ว่าได้ ความสะอาดต้องมาอันดับ 1 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เราจะต้องกำจัดกลอ่นเหล่านั้นไปให้หมด เหลือเพรยงหลิ่นหอมที่เราต้องการเท่านั้น ห้องน้ำก็อาจตะตกแต่ง โดยเริ่มจากสีเช่นกัน กรือพื้นห้องน้ำที่มีสีเดียวกันกับสีที่มช้ในห้องน้ำนั้นเอง ในสมัยนี้จะมีพิ้นกระเบื้องที่เป็นในรูปแบบของ 3 มิติ ให้เลือกใช้กัน แต่งบที่ใช้ก็จะสูงตามด้วยเช่นกัน ดังนั้นการเลือกใช้ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เลือกให้ดี ครบ จบในตอนเดียว ไม่หวือหวามากเกินไป

แบบบ้านการตกแต่งของคนในยุคใหม่ที่ควรรู้

สาระดี ๆ ของ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์

สาระดี ๆ ของ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์ควรรู้

SEO เป็นสิ่งที่นักธุรกิจออนไลน์ ต้องทำความรู้จักและพัฒนาเว็บไซต์ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถถูกสืบค้นได้อย่างรวดเร็วและถูกจัดอันดับที่ดีใน search engine อย่าง yahoo , google และ bing

SEO คืออะไร

SEO หรือ search engine optimization เป็นกระบวนการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ และเป็นการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

แตกต่างจากการโฆษณา หรือ SEM (search engine marketing) ที่จะต้องมีการเสียค่าเช่าพื้นที่ หรือประมูลราคาพื้นที่โฆษณาด้านบนของหน้าต่างสืบค้นเพื่อให้มีโอกาสแสดงสู่ลูกค้า แล้วเพิ่มยอดการขายในเวลาต่อมา

SEO ประกอบด้วยอะไรบ้าง

SEO ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ

1. การปรับปรุงเว็บไซต์จากภายใน เช่น

– ปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้เหมาะสมต่อการเก็บข้อมูลของระบบ algorithm ของ search engine

– ปรับปรุงระบบการเชื่อมโยงลิ้งค์หรือแต่ละเพจย่อย ๆ ของเว็บไซต์เข้าด้วยกัน

– เลือกใช้คีย์เวิร์ดที่ดี เพื่อนำไปเขียนบทความและสื่อประกอบต่าง ๆ ที่ตรงใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้มากที่สุด

2. การปรับปรุงเว็บไซต์จากภายนอก เช่น

– การทำ backlinks เชื่อมโยงลิ้งค์จากเว็บไซต์ภายนอกมาสู่เว็บไซต์หลัก เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าแก่ลูกค้าได้วงกว้างขึ้น

– การทำ site theme ที่ต้องพิจารณาเนื้อหาของลิ้งค์ที่จะเชื่อมโยงมาสูเว็บไซต์หน้าหลัก

SEO จะมีประโยชน์อย่างไรบ้างต่อนักธุรกิจออนไลน์

1. ทำให้เพิ่มจำนวน traffic หรือผู้เข้ามาชมเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น ทำให้เป็นการเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการได้หลายเท่าตัว

2. ทำให้เพิ่มฐานลูกค้าจากทั่วโลก เนื่องจาก Yahoo Google และ Bing เป็น search engine ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ค้นคว้าข้อมูลเพื่อซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ จากอินเตอร์เน็ต

3. ทำให้มีโอกาสในการขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

4. ช่วยให้เว็บไซต์เป็นที่จดจำได้ง่ายยิ่งขึ้นเพราะการถูกจัดอันดับที่ดีในการสืบค้น จะทำให้ลูกค้าเป้าหมายที่ใช้คีย์เวิร์ดนั้น ๆ ค้นหาข้อมูลได้เห็นเว็บไซต์บ่อย ๆ

5. ทำให้ได้ลูกค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ จึงมีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายในการขายได้ดียิ่งขึ้น

6. ได้เปรียบคู่แข่งทางการค้าในธุรกิจประเภทเดียวกันที่ไม่ได้ทำการประชาสัมพันธ์ผ่านทาง search engine ด้วยวิธี SEO

7. สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่เว็บไซต์ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่นิยมซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ ที่มีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

8. ทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ผ่านทางช่องทางอื่น ๆ ได้ เพียงแค่พัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องตามหลักเกณฑ์ SEO อย่างสม่ำเสมอ

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO เป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์และมีข้อดีมากมายที่นักธุรกิจออนไลน์ ควรต้องนำมาพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อให้มียอดขายและจำนวนลูกค้ามากยิ่งขึ้นในระยะยาว

สาระดี ๆ ของ SEO ที่นักธุรกิจออนไลน์ควรรู้

ทำไมเซียนการตลาดจึงแนะนำให้ทำ SEO เว็บไซต์ปี 2019

ทำไมเซียนการตลาดจึงแนะนำให้ทำ SEO เว็บไซต์ปี 2019

ปี 2019 มีเว็บไซต์เปิดตัวใหม่ขึ้นมามากมายทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นภาวะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังจากที่ซบเซามาช่วงระยะหนึ่ง คาดว่าในปีหมูทองนี้จะมีความคึกคักในตลาดธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมาก

ในวันนี้ เราจึงได้รวบรวมเหตุว่าทำไมเซียนการตลาดจึงแนะนำให้ทำเว็บไซต์ SEO สำหรับส่งเสริมความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ในปี 2019

ทำไมเซียนการตลาดจึงแนะนำให้ทำ SEO เว็บไซต์

ความโดดเด่นที่จะเกิดกับเว็บไซต์เมื่อทำ SEO

เมื่อทำเว็บไซต์ SEO ให้มีความทันสมัย ทั้งด้านโครงสร้าง รูปลักษณ์ที่แลดูเรียบร้อยสบายตา โฆษณาถูกจัดตำแหน่งอย่างเป็นระเบียบ จะทำให้ผู้ชมใช้งานคลิกหาข้อมูลได้ง่าย จึงเกิดความรู้สึกประทับใจจากการใช้บริการเว็บไซต์ SEO

นอกจากนี้การหันมาใช้ Keyword SEO เพื่อเป็นแกนหลักในการทำบทความ ถ่ายภาพ สร้างสื่อมัลติมิเดีย เพื่อส่งเสริมการขายในเว็บไซต์ จะมีแนวทางที่ชัดเจน เป็นธีมเดียวกัน ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพของแบรนด์สินค้านั้น ๆ ด้วย

การทำ SEO ดีต่อระบบประมวลผลเพื่อการสืบค้น

การทำเว็บไซต์ SEO จะทำให้ algorithm ของ search engine อย่างใน Google Yahoo สามารถรวบรวมข้อมูลและองค์ประกอบต่าง ๆ ในเว็บไซต์ที่อยู่ในฐานข้อมูลจำนวนมหาศาล มาวิเคราะห์ เปรียบเทียบเพื่อการจัดอันดับคุณภาพของเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วฉับไวขึ้น

นั่นหมายความว่า หากมีการทำเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับหลัก SEO หรือ search engine optimization ได้ดีและสม่ำเสมอมากเท่าใด เว็บไซต์ของคุณก็จะมีข้อมูลที่ง่ายต่อการวิเคราะห์มากขึ้นเท่านั้น

ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ทำให้การจัดอันดับของเว็บไซต์คุณดีขึ้นมาก ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสามารถคีย์แล้วพบได้ง่าย เมื่อเทียบกับเว็บไซต์ธุรกิจคู่แข่งในสินค้าและบริการแบบเดียวกันที่ขาดการทำ SEO ให้เว็บไซต์แบบต่อเนื่อง

การทำ SEO ให้เว็บไซต์เทียบได้กับการโฆษณาแบบฟรี

RankBrain ที่เป็น algorithm ชื่อดังของ Google มีการพัฒนาศักยภาพในการประมวลผลและใช้งานจริงมาแล้วหลายปี ซึ่งในปี 2019 คาดว่าจะสามารถแยกแยะคุณภาพของเว็บไซต์ SEO ได้ดีและฉับไวยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

การทำ SEO ให้เว็บไซต์ในปี 2019 จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกจัดอันดับแสดงผลเป็น Top Five หรือ top ten ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาที่ต้องชำระเงินแบบ Pay Per Click หรือ PPC (เป็นการจ่ายทุกครั้ง เมื่อมีผู้สนใจคลิกผ่าน search engine เข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณ)

ค่าใช้จ่ายของการทำ SEO จึงอยู่ที่การจ้างทีมงานที่มีความสามารถในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO อย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้ผลิต Content SEO ที่ตอบโจทย์ความสนใจของผู้คนในช่วงเวลานั้น ๆ

เซียนการตลาดจึงแนะนำให้ทำ SEO เว็บไซต์ปี 2019

ด้วยเหตุผลและบริบทที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้เซียนการตลาดแนะนำให้เว็บไซต์ที่ต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ ทำ SEO เพื่อเพิ่มยอดผู้ชมและบรรลุเป้าหมายในการขายสินค้าและบริการได้ดียิ่งขึ้น

ไอเดียของการทำงานอยู่ที่บ้าน

ทำงานที่บ้านยุคดิจิตัล ก็เงินไหลเข้ากระเป๋าได้

ในยุคดิจิตัล 2018 ใคร ๆ ก็มองหาช่องทางรายได้ผ่าน Internet ซึ่งให้ความคล่องตัวสูง เนื่องจากสามารถทำงานที่บ้าน สร้างเม็ดเงินได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ยังให้เวลาแก่การดูแลสมาชิกในครอบครัวได้ด้วย ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมงานมา 5 ประเภท สำหรับผู้ที่สนใจทำงานที่บ้านทั้งแบบทำเป็นงานประจำและฟรีแลนซ์ จะมีงานอะไรบ้าง เรามาดูพร้อมกันเลย

1.เป็นที่ปรึกษาทางภาษี และการตลาดออนไลน์

เป็นงานที่ไม่ต้องเสียเวลาขับรถเดินทางเข้าออฟฟิศบ่อย ๆ ทั้งยังเลือกบริษัทที่จะร่วมงานได้ด้วย เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทแนว SME และ start Up มากมาย ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เพื่อแนะนำด้านการบริหารจัดการ การวางกลยุทธ์ทางการค้า เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ส่งเสริมมุมมองใหม่ ๆ อันทำให้เพิ่มอำนาจการแข่งขันกับบริษัทคู่แข่งอื่น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

2.เป็นบล็อกเกอร์ และนักรีวิวสินค้า

ไม่ว่าจะเป็นเพศใดหรือทำงานประจำด้านใด หากมีใจรักด้านความสวยความงาม ทั้งเป็นคนช่างสังเกต และช่างเลือกเครื่องประทินผิวต่าง ๆ ในการบำรุงผิวหน้าและผิวกายแล้ว ด้วย ก็เป็นคุณสมบัติที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นบล็อกเกอร์และนักรีวิวสินค้าที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สู่กลุ่มเป้าหมายได้ ทั้งผ่านรูปแบบตัวอักษรและคลิป VDO ซึ่งเป็นการทำงานที่บ้านที่เรียกได้ว่าให้รายได้สูงมากกว่าการทำงานในออฟฟิศทั่วไปอย่างมาก

3.เปิดเพจรับออเดอร์อาหารและขนมออนไลน์

เป็นงานที่เหมาะกับผู้ที่รักการทำอาหารและสนุกกับการปรับเปลี่ยนสูตรขนม ลองทำอะไรใหม่ ๆ ให้คนอื่นชิมตลอดเวลา งานนี้สามารถเริ่มต้นด้วยตัวเองคนเดียวได้ ทั้งไม่ต้องเดินทางบ่อย นอกจากจะไปซื้อวัตถุดิบ เพราะปัจจุบันมีแมสเซนเจอร์พร้อมให้บริการขนส่ง ซึ่งการันตีว่าจะส่งถึงมือผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน

4.ขายสินค้าทางอีเบย์ และเว็บไซต์อะเมซอน

เป็นกิจการที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า สำหรับผู้ที่ชอบนำสินค้าและของแปลกตามาเสนอขายผ่านหน้าเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ชื่อดังระดับโลก ซึ่งผู้ขายตั้งราคาที่เหมาะสมและพึงพอใจที่สุดได้ด้วยตัวเอง คนที่ชอบท่องเที่ยวและแสวงหาของต่างถิ่นมาขายจะไปได้ดีกับงานสายนี้อย่างแน่นอน

5.เป็นนักเขียนออนไลน์

เป็นงานที่สามารถทำที่ใดก็ได้ขอแค่มีไอเดีย โดยควรเริ่มต้นจากการเขียนเรื่องราวที่ถนัด หรือศึกษามาเป็นอย่างดี ชอบไอที ดูหนัง กีฬา ดูบอลออนไลน์ เอามาเขียนได้หมด ซึ่งปัจจุบันตลาดบทความออนไลน์ต้องการในแนวการลงทุน สุขภาพ และด้านความงามอย่างมาก หากอยากลองชิมลางงานด้านนี้ ก็รีบยื่นใบสมัครแสดงฝีมือกันเลย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับงานทั้ง 5 แนวที่เราได้นำเสนอไป หากมีความถนัดด้านใดก็สามารถเริ่มได้เลย ที่สำคัญการทำงานที่บ้านต้องรู้จักพัฒนาตัวเองและไม่หยุดที่จะเรียนรู้ จึงจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

“บริหารเวลา” ให้เป็น แล้วจะยิ่งเห็น “คุณค่า” ของเวลา

“บริหารเวลา” ให้เป็น แล้วจะยิ่งเห็น “คุณค่า” ของเวลา

คนส่วนใหญ่มักเพลิดเพลินกับการใช้เวลาไปเรื่อยเปื่อย ต่อเมื่อรู้ว่ามีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำ หรือทำไปแล้วอยากแก้ไข หรือมีการสูญเสียอะไรบางอย่างเมื่อเวลาผ่านไป จึงจะถึงคุณค่าของเวลา เช่นเดียวกับวลีที่ว่า “รู้อะไรไม่เท่ารู้อย่างนี้..” ซึ่งเป็นการดีที่จะตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า เรา “บริหารเวลา” ดีแล้วหรือยัง?

“บริหารเวลา” ให้เป็น แล้วจะยิ่งเห็น “คุณค่า” ของเวลา

ซึ่งคอร์สหรือหลักสูตรการ “บริหารเวลา” นั้นมีมากมาย จากผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำและสอนเชิงปฏิบัติการ workshop บนพื้นฐานทฤษฎีในศาสตร์ต่าง ๆ รวมถึงการใช้ประสบการณ์เชิงบุคคล ในการทำให้เรามั่นใจที่จะทำตามและหวังว่าจะได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน โดยหลักการก็ไม่ต่างกัน คือ

1. เตือนตัวเองว่า วันหนึ่ง มี 24 ชั่วโมง 1 สัปดาห์มี 168 ชั่วโมงเท่ากันทุกคน ขึ้นกับการจัดการตารางชีวิตให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ไม่ควรละทิ้งการรักษาสมดุลในชีวิต สำหรับการทำกิจกรรมด้านอื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น การให้เวลากับครอบครัว , การออกกำลังกาย , การนอนหลับให้สนิทต่อเนื่อง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตทีดีจากสุขภาพภายในและความสัมพันธ์ในครอบครัว ไม่ใช่การสำเร็จเพียงตัวเลขทางธุรกิจเท่านั้น

2. การกำหนดเส้นตายหรือ deadline ในการทำงาน ไม่ว่าชิ้นเล็กหรือใหญ่ ต้องมีขีดจำกัดที่จะทุ่มเทเวลาให้ตามสมควร เพื่อลดความคิดผัดวันประกันพรุ่ง หรือเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้งานเป็นชิ้นเป็นอัน

3. แบ่งแยกสิ่งที่ต้องทำ เป็น เรื่องเร่งด่วน , เรื่องสำคัญ , เรื่องที่รอได้ หรือเรื่องที่ควรปล่อยผ่านไป เพื่อให้ลำดับและตอบตัวเองได้ว่าสิ่งไหนที่ควรทำก่อนหรือหลัง ทั้งนี้ขึ้นกับบทบาทหน้าที่การงานส่วนที่เรารับผิดชอบโดยตรง อาจใช้วิธีคิดจากระดับความเสียหายหากพลาดสิ่งนั้น ๆ ไป

4. บันทึกสิ่งที่คิดหรือวางแผนไว้ ลงสมุด Diary หรือ Planner หรือทำเป็นตาราง schedule “กำกับ” ช่วงเวลาทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ ลดปัญหาหลงลืมหรือพะวงในสิ่งที่สำคัญ

5. วางแผนการใช้เวลาสำหรับวันรุ่งขึ้นก่อนล่วงหน้าในช่วงเย็นหรือตอนเช้าวันถัดไป เพื่อให้ไม่เพลินทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นที่มักแทรกเข้ามาต่อเนื่องระหว่างวัน โดยเฉพาะเมื่อต้องมีปฏิสัมพันธ์พูดคุย โทรศัพท์ หรือ chat online กับผู้อื่น

6. ให้วางแผนหลายระดับ เช่น ระยะใน 1 วัน , 1 สัปดาห์ , ช่วง 1 เดือน , ไตรมาส รอบปี เพื่อให้เห็นแผนชีวิตในระยะสั้น , ระยะกลางและระยะยาวบรรลุเป้าหมายและเกิดความมุ่งมั่นยิ่งขึ้นที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้บรรลุผล

“ค่า” ของเวลานั้นขึ้นกับการตีความของสิ่งที่เราเห็นว่าสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขกำไรหรือขาดทุนจากงานธุรกิจ หรือเป็นระดับดีกรีความสุขจากได้แบ่งปันความรู้ความสามารถในการทำกิจกรรมดี ๆ เพื่อตัวเอง ครอบครัว หรือผู้อื่นที่ไม่เจาะจง ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์สุขในโลกใบกลม ๆ เดียวกัน

การ “บริหารเวลา” จะทำได้ดี ก็ต่อเมื่อเราเห็นค่าของเวลา (ตามมุมมองของเรา) และฝึกฝนมุ่งมั่นที่จะให้ได้ผลลัพธ์ (ไม่ว่าตัวเงิน หรือความสุข) จากการใช้เวลาให้งอกงามเติบโตยิ่งขึ้นไป