3 ทัศนคติที่ทำให้คนอ้วนอารมณ์ดี

3 ทัศนคติที่ทำให้คนอ้วนอารมณ์ดี

คนส่วนใหญ่เมื่อรูปร่างได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมจากที่เคยผอมก็กลายเป็นคนอ้วนก็จะเกิดความเครียด แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่กังวล เพราะคนอ้วนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เกิดความเครียดเลย ที่เป็นเช่นนี้เพราะเกิดจากมุมมองที่แตกต่างกัน

ไม่พูดลบกับตัวเอง

คนที่เกิดความเครียดเมื่อมีรูปร่างอ้วน มักจะเปรียบเทียบกับคนอื่น ด้วยการพูดลบกับตัวเองว่า “ทำไมคนนั้นผอมจังเลยแล้วทำไมเราอ้วนจัง” ส่งผลให้สูญเสียความมั่นใจ ในทางตรงข้ามคนอ้วนที่อารมณ์ดีหรือมีชีวิตชีวาจะเห็นคุณค่าของตัวเองด้วยการหาข้อดีและหัดชมตัวเองแล้วหันมาพัฒนาข้อดียิ่งขึ้นไป เช่น การพัฒนาภายนอกอาจจะเป็นการแต่งตัวให้เหมาะสมกับตัวเอง เขาจึงไม่เกิดความรู้สึกด้อยกว่าคนอื่นที่ผอมเพรียวแต่อย่างใด

ยอมรับว่า “อ้วน”

การยอมรับในสิ่งที่เป็นหรือรูปร่างที่อ้วนท้วม ย่อมสร้างความสุขและยิ้มได้ง่ายเพราะเป็นการบ่งบอกว่ารักตัวเอง ถึงแม้ว่าคนอื่นจะพูดออกจากปากคำว่า ‘อ้วน’ ก็ไม่ใช่ปัญหาหรือกระทบจิตใจแม้แต่น้อย บางคนก็ควบคุมอารมณ์โกรธได้และขอบคุณคนที่พูดอย่างนั้นออกไปด้วยซ้ำ เนื่องจากเป็นการเรียนรู้ให้มีความเข้มแข็งขึ้นหรือมีความฉลาดทางอารมณ์ เพราะฉะนั้น การยอมรับว่า “อ้วน” จึงบ่งบอกว่า คนเราสามารถเลือกได้ด้วยตัวเองว่าจะมีความสุขหรือไม่ โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่นแต่อย่างใด

ความอ้วนไม่ใช่สิ่งล้มเหลวในชีวิต

คนอ้วนที่เครียดมักจะคิดว่า ความอ้วนเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตจนทำให้สูญเสียความมั่นใจ ในทางตรงข้ามคนอ้วนที่อารมณ์ดีมักจะมีทัศนคติที่ว่า ความอ้วนไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ชีวิตล้มเหลว เพราะยังมีหลายสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จหรือสร้างความภาคภูมิใจได้ แม้จะเป็นเรื่องที่เล็กน้อยก็ตาม เช่น แทงบอลเต็ง บอลสเต็ป ชนะเดิมพัน หมายความว่า มีการดูแลเอาใจใส่และรับผิดชอบความฝันของตัวเองให้มากที่สุด ในแบบที่ไม่ใช่การใช้ชีวิตไปวัน ๆ

3 ทัศนคติที่ทำให้คนอ้วนอารมณ์ดีจากที่เราได้ดังกล่าวข้างต้น ก็จะช่วยให้คนอ้วนบางส่วนที่เกิดความกังวลเกี่ยวกับรูปร่างได้ปรับทัศนคติได้ดีขึ้น จนสามารถใช้ชีวิตในประจำวันอย่างมั่นใจ เพราะฉะนั้น หลีกเลี่ยงการมีทัศนติที่ไม่ดี เนื่องจากจะทำให้บั่นทอนจิตใจซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด

ที่สำคัญไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างอ้วนหรือจะผอม ก็ไม่จำเป็นเท่ากับการมีสุขภาพแข็งแรง ดังนั้น จึงควรเน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หรือ ครบ 5 หมู่ และเลือกอาหารที่ปรุงแต่งน้อยที่สุด โดยเฉพาะปลา ผักและผลไม้ นอกจากนี้ให้ดื่มน้ำอย่างเพียงพอในแต่ละวัน รวมถึงออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อให้ออกซิเจนหล่อเลี้ยงทั่วร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดูแลทารกหลังคลอด ต้องใส่ใจอะไรบ้าง

การดูแลทารกหลังคลอด ต้องใส่ใจอะไรบ้าง

การดูแลทารกหลังคลอด ต้องใส่ใจอะไรบ้าง

การดูแลเด็กทารกเป็นเรื่องต้องใส่ใจรายละเอียดและฝึกฝน โดยเฉพาะสำหรับพ่อแม่มือใหม่ เมื่อมีลูกคนแรกก็จะยิ่งตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจให้พ่อแม่มือใหม่ได้ทราบว่า การดูแลทารกหลังคลอดต้องให้ความสำคัญกับประเด็นใดบ้าง

  1. การอุ้มลูก

แม้ทารกที่คลอดออกมาแล้ว ร่างกายจะดูสมบูรณ์ปกติ แต่ยังมีส่วนของข้อต่อที่อ่อนแออยู่ โดยเฉพาะช่วงระหว่างลำตัวกับศีรษะ การอุ้มลูกจึงต้องใช้อุ้งมือหรือฝ่ามือประคับประคองช่วงคอของลูกไว้ให้ดี อย่าให้เด็กคอพับ รวมถึงไม่ควรแกว่งหรืออุ้มชูเด็กสูงเกินไป เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

  1. การให้นมลูก

วิธีให้นมทารกที่ถูกต้อง จะต้องให้ปากของทารกครอบอยู่ตรงหัวนม ให้คางของลูกแนบติดกับเต้านมแม่ ซึ่งการให้นมลูกจากเต้ามารดา จะทำให้เด็กได้รับความอบอุ่นและได้รับประโยชน์จากน้ำนมแม่มากกว่าการให้เด็กดื่มนมจากขวดนม

  1. การไล่ลม

หลังจากดื่มนมแล้ว เด็กอาจมีกระบวนการย่อยนมไม่สมบูรณ์ มีลมดันในท้อง ทำให้ไม่สบาย งอแงอย่างไม่ทราบสาเหตุ พ่อแม่ต้องอุ้มลูกพาดบ่าแล้วลูบหลังเบา ๆ เพื่อให้เรอออกด้วย

  1. การอาบน้ำให้ลูก

ไม่ควรเอาลูกวัยทารกลงไปนอนแช่ในอ่างน้ำ ควรเริ่มจากการใช้ฟองน้ำเนื้อนุ่มหรือผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วลูบไปตามตัว เมื่อสายสะดือหลุดหลังจากเด็กอายุได้ประมาณ 1 เดือน จึงค่อยนำทารกลงอาบในอ่างน้ำได้ เพราะในระยะนี้โอกาสติดเชื้อผ่านทางสายสะดือจะน้อยลงมากแล้ว

  1. การจัดท่านอน

ท่านอนทารกที่ปลอดภัยที่สุด คือ การนอนหงาย เพราะถ้าให้เด็กทารกนอนคว่ำหน้า จะเสี่ยงต่อการถูกหมอนหรือผ้าปิดจมูกทำให้หายใจไม่ออก แล้วเกิดโรคไหลตายในทารกได้หรือที่เรียกว่าโรค SIDS หรือ Sudden Infant Death Syndrome และนอกจากนี้ ยังต้องเลือกชนิดของเนื้อผ้า ไม่หนาเกินไป หรือสวมหลายชั้นจนทำให้เด็กอึดอัดด้วย

  1. การสัมผัสทารก

เด็กทารกต้องการให้พ่อแม่กอดหรืออุ้มอย่างใกล้ชิดเกือบตลอดเวลา พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องระมัดระวังเรื่องของความสะอาด คือ การล้างมือหรืออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากทำงานก่อน แล้วค่อยเล่นกับลูก หากมีสมาชิกในบ้านที่สูบบุหรี่ ต้องระมัดระวังไม่ให้เข้าใกล้เด็ก เพราะทารกจะได้รับสารพิษจากควันบุหรี่มือสอง ที่ติดมาตามเสื้อผ้าและจากลมหายใจของผู้ใหญ่ได้

การดูแลทารกหลังคลอดเป็นเรื่องที่ต้องสนใจรายละเอียดต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอย่างมาก ตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งหลับ เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการมีลูก ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการดูแลทารก เพื่อการดูแลสุขอนามัยของลูกได้อย่างดียิ่งขึ้น

ทำความเข้าใจอาการแพ้นมวัวและแพ้น้ำตาลแลคโตส

ทำความเข้าใจอาการแพ้นมวัวและแพ้น้ำตาลแลคโตส

ทำความเข้าใจอาการแพ้นมวัวและแพ้น้ำตาลแลคโตส

เราอาจจะเคยได้ยินว่ามีคนดื่มนมวัวแล้วมีอาการท้องเสียท้องอืดอย่างรุนแรงหรือที่เรียกว่าเป็นอาการแพ้นมวัว ที่จริงแล้วนั่นอาจเป็นการแพ้น้ำตาลแลคโตสที่อยู่ในนมวัว อาการนี้จะเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ เราได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์มาให้ดูกัน ดังนี้

โดยปกติแล้วในนมวัวมีน้ำตาลโมเลกุลคู่ที่เรียกว่า น้ำตาลแลคโตส เป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหากับการดื่มนมวัวเพราะภายในลำไส้จะมีมีเอนไซม์สำหรับย่อยน้ำตาลชนิดนี้ ชื่อว่า เอนไซม์แลคเตส โดยจะย่อยน้ำตาลแลคโตสให้กลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็กเดี่ยวที่ดูดซึมได้ 2 ชนิด ชื่อว่าน้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลกาแลคโตส จึงไม่มีปัญหาท้องอืดท้องเสียหลังการดื่มนมวัว

แต่ผู้ที่มีอาการแพ้นมวัวอันมาจากการขาดเอนไซม์แลคเตส จะไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ เมื่อดื่มนมวัวเข้าไป จึงย่อยยากหรือย่อยไม่หมดและเกิดการตกค้างในลำไส้ แล้วเกิดแก๊สตามมา จนรู้สึกท้องอืดไม่สบายท้องและท้องเสียตามมา

ภาวะแพ้น้ำตาลแลคโตส เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  1. ถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากแม่สู่ลูก
  2. เกิดจากมารดาที่ดื่มนมวัวมากเกินไปในระหว่างตั้งครรภ์
  3. เกิดหลังจากมีภาวะติดเชื้อในลำไส้ เช่น เป็นโรคกระเพาะอักเสบ โรคลำไส้อักเสบแบบเรื้อรัง
  4. เกิดภายหลังจากการรักษาโรคบางอย่าง เช่น รักษามะเร็งด้วยวิธีเคมีบำบัด หรือการใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่อเนื่องเป็นเวลานาน

เมื่อคาดว่าคนในครอบครัวหรือตัวเองมีอาการแพ้นมวัวหรือแพ้น้ำตาลแลคโตส ทางที่ดีคือควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยละเอียด เพราะอาการแพ้แลคโตสมีความคล้ายคลึงกับโรคในระบบทางเดินอาหารอีกหลายชนิด จึงควรตรวจให้ละเอียด โดยปัจจุบันทางการแพทย์แนะนำวิธีการลดปัญหาความรุนแรงจากการแพ้น้ำตาลแลคโตส โดยให้เริ่มจากการปรับลดปริมาณนมวัวที่ดื่ม ให้จิบเล็กน้อยก่อน เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับสมดุลในลำไส้ แต่ถ้าทดลองแล้วไม่สามารถดื่มได้ ให้เปลี่ยนชนิดนมคือ เลือกดื่มนมถั่วเหลืองแทน

กรณีที่มีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตสอย่างรุนแรง ต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ทำจากนมวัวหรือนมแพะด้วย เช่น ชีส ไอศครีม เนยแข็ง และเมนูอาหารบางรายการ เช่น พิซซ่า ขนมปังที่มีนมวัว เนยและชีส เป็นต้น ในด้านการดูแลสุขภาพของผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตส ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพิ่มเติมเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน โดยแหล่งอาหารที่ให้แคลเซียมธรรมชาติในปริมาณสูง คือ ผักใบสีเขียวเข้ม คะน้า บรอกโคลี ถั่ว เมล็ดอัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ปลาเล็กปลาน้อยทอดกรอบ เป็นต้น

เราหวังว่า บทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเข้าใจต้นเหตุของปัญหาแพ้นมวัวหรือแพ้น้ำตาลแลคโตสได้ดีขึ้น และลองนำเทคนิคแก้ปัญหาแพ้นมวัวไปใช้ เพื่อการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมต่อไป

ลงทุนในยุค 2020 ต้องมีหลักการคิดอย่างไร

ลงทุนในยุค 2020 ต้องมีหลักการคิดอย่างไร

ลงทุนในยุค 2020 ต้องมีหลักการคิดอย่างไร

การลงทุนในปัจจุบันต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายส่วน เพื่อให้คุณลดความเสี่ยงต่อภาวะขาดทุน เพิ่มโอกาสแข่งขันทางธุรกิจกับคู่แข่งที่อยู่ในประเภทสินค้าและบริการเดียวกัน และยังประหยัดระยะเวลาในการก้าวสู่ความสำเร็จของชีวิตด้วย เรามาดูกันว่า ต้องมีหลักการคิดอย่างไรเพื่อการลงทุนที่ดีในปี 2020

  1. ลงทุนด้านความรู้

ก่อนเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ร่วมหุ้นกับใคร หรือแม้แต่การตัดสินใจลงทุนด้านการเงิน เช่น ซื้อหุ้นหรือกองทุน ควรต้องศึกษาจากหนังสือ คอลัมน์วิเคราะห์ข่าว รวมถึงการลงเรียนคอร์สออนไลน์ที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนั้น ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งแบบฟรีและต้องเสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากคุณมีเงินทุนและเวลาจำกัด ต้องใส่ใจพิจารณาด้านความคุ้มค่าในการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทุกครั้ง

  1. แหล่งเงินทุนทำธุรกิจ

หากคุณมีเงินทุนสำรองเพียงพอสำหรับการลงทุนและเผื่อขาดทุนได้นาน 1 ปี ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้องค์กรใดจากการกู้ไปลงทุนทำธุรกิจ แต่หากจำเป็นต้องกู้เงิน ไม่ควรกู้เงินนอกระบบโดยเด็ดขาด แม้จะได้เงินง่ายและเร็วเพียงใด เพราะดอกเบี้ยจะคิดในอัตราสูงและในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน คุณอาจประสบปัญหาในการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยได้

ทางที่ดี คือควรใช้หลักทรัพย์ของตนเอง เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน รถยนต์ ฯลฯ ในการกู้เงินจากสถาบันทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือในปี 2020 คุณสามารถลองเขียนแผนธุรกิจเพื่อยื่นขอเงินมาลงทุน โดยติดต่อกับสถาบันการเงินที่รัฐบาลสนับสนุนการทำธุรกิจของคนรุ่นใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้

  1. ประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของตนเองก่อน

ก่อนทำธุรกิจหรือลงทุนในตลาดหุ้น จำเป็นต้องพิจารณาว่า ความถนัด ความชื่นชอบ และการจัดสรรเวลาในแต่ละวันของคุณเหมาะกับธุรกิจประเภทใดบ้าง หากคุณเลือกลงทุนทำธุรกิจหมวดที่มีการแข่งขันกันสูง หรือที่เรียกว่า Red Ocean คุณจะต้องทำการบ้านอย่างหนัก ในการมองหาว่าตัวเองมีจุดแข็งตรงไหน จึงจะแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจรายอื่นได้ หรือคุณมีจุดอ่อนตรงไหนที่คุณจะต้องเสริมอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้แบรนด์สินค้าและบริการของคุณแข็งแรงยิ่งขึ้น

แม้แต่กรณีที่คุณอยู่ในธุรกิจที่มีอัตราการแข่งขันกันน้อย เช่น เป็นงานที่ต้องมีความสามารถเฉพาะด้าน คุณก็ไม่อาจนิ่งนอนใจ เพราะปัจจุบันวิทยาการเทคโนโลยีก้าวไกลมาก ในไม่ช้าก็จะมีคู่แข่งที่สามารถตามคุณได้ทัน คุณจึงต้องพัฒนาตัวเองและสร้างธุรกิจให้ก้าวทันยุคสมัยอยู่เสมอ

จะเห็นได้ว่า ก่อนจะลงทุนทำกิจการใด ๆ ก็ตาม ต้องศึกษาหาความรู้ วิเคราะห์ตัวเอง และไม่หยุดนิ่งที่จะปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อมในภาวะตลาดที่ผันผวน ฯลฯ เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านตระหนักถึงความสำคัญของการมองอย่างรอบด้านและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้การลงทุนทุกอย่างประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นด้วย

อยากมีรายได้เสริมช่วงโควิด-19 ระบาด ทำได้จากที่บ้าน

อยากมีรายได้เสริมช่วงโควิด-19 ระบาด ทำได้จากที่บ้าน

อยากมีรายได้เสริมช่วงโควิด-19 ระบาด ทำได้จากที่บ้าน

การสร้างรายได้ดูเหมือนจะมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ไวรัสโควิดระบาดตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากทุกคนจะต้องรักษาระยะห่างระหว่างการตามหลักการ Social Distance และระบบเศรษฐกิจก็มีภาวะฝืดเคืองตกต่ำอย่างมาก ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศอย่างเคย แม้แต่คนไทยด้วยกันเองก็ต้องประหยัดเงินในกระเป๋าสตางค์ การใช้จ่ายจึงลดลง

ดังนั้น เราทุกคนจึงต้องมองหาช่องทางหารายได้จากที่บ้าน ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  1. การรับจ้างเขียนบทความออนไลน์

เป็นทางออกง่ายที่สุดที่เราทุกคนสามารถทำได้ โดยไม่ต้องลงทุน เพียงแค่มีอุปกรณ์คือ โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กคุณก็สามารถที่จะรับจ้างเขียนบทความ เพื่อให้เว็บไซต์ต่าง ๆ นำไปใช้ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์ ตามระบบ SEO ที่ Google ใช้ประเมินคุณภาพเว็บไซต์ จากการอัปเดตบทความสม่ำเสมอ มีผู้ต้องการว่าจ้างนักเขียนสาขาต่าง ๆ มากมาย

หากคุณสนใจ ลองเข้าไปในกลุ่ม Facebook หรือพิมพ์ในช่อง search ของ Google ด้วยคำว่า รับจ้างเขียนบทความ เขียนบทความออนไลน์ ฟรีแลนซ์เขียนบทความ ก็ได้ แล้วขอสมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มหรือเว็บไซต์เหล่านั้น แล้วคุณจะมีโอกาสพบกับนายจ้างที่ต้องการซื้อบทความจากหลากหลายบริษัท และถ้าคุณถนัดการเขียนบทความภาษาอังกฤษด้วยแล้ว ก็จะยิ่งได้ค่าตอบแทนสูงขึ้นหลายเท่าตัวด้วย

  1. อัดคลิปเป็น youtuber

youtuber เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ คุณไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์อะไรมากมายนอกจากโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ แค่อัปเดตคลิปที่น่าสนใจ อาจจะเป็นการร้องเพลง ทำภาพอนิเมชั่นสนุก ๆ หรือถ่ายภาพเรื่องราวความประทับใจในครอบครัว เล่นกับสัตว์เลี้ยง สุนัข แมว รีวิวร้านอาหารอร่อย สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ฯลฯ

จากนั้นเมื่อเริ่มมีผู้ชมมากขึ้น ก็สามารถเปิดสร้างรายได้ใน YouTube คุณก็สามารถที่จะมีเงินแบบ Passive Income เข้าสู่กระเป๋าได้ในไม่ช้า ทั้งนี้ โอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาวจะยิ่งสูง ถ้าคุณมีความสม่ำเสมอในการอัปโหลดคลิปใหม่บ่อย ๆ ด้วย

  1. ขายรูปภาพออนไลน์

การส่งภาพถ่ายที่มีคุณภาพดีหรืออาจจะเป็นภาพเวกเตอร์ที่คุณใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้าง โดยไม่ได้ไปลอกเลียนลิขสิทธิ์ของคนอื่น ไปยังเว็บไซต์ขายภาพของต่างประเทศ เช่น shutterstock, 123RF, Fotolia, iStockฯลฯ ถ้าภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐาน คุณก็สามารถเริ่มจำหน่ายสร้างรายได้จากการดาวน์โหลด โดยลูกค้าของเว็บไซต์ที่สนใจต้องการใช้ภาพนำคุณไปประกอบในเว็บไซต์ทางธุรกิจ เขียนบทความออนไลน์ ทำเอกสารสิ่งพิมพ์รูปแบบต่าง ๆ จะต้องจ่ายตามอัตราที่เว็บไซต์กำหนด ทั้งนี้ หากคุณมีความสามารถในการถ่ายภาพที่เป็นเอกลักษณ์ คุณอาจจะได้รับการติดต่อเป็นส่วนตัว เพื่อการจ้างงานเฉพาะกิจด้วยก็เป็นได้

จะเห็นได้ว่า การสร้างรายได้ในยุคไวรัสโควิดระบาดนี้มีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณถนัดแบบไหน ให้พิจารณาจากสิ่งที่คุณชื่นชอบ แล้วต่อยอดไปสู่การเชื่อมโยงกับระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อการสร้างรายได้เข้าสู่กระเป๋า นี่จะเป็นทางรอดที่ทำให้คุณมีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน จนกว่าจะผ่านพ้นวิกฤตโควิดได้

ประโยชน์ 10 ประการของกล้วย ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน

ประโยชน์ 10 ประการของกล้วย ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน

ประโยชน์ 10 ประการของกล้วย ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน

กล้วยเป็นผลไม้ที่อุดมด้วยแร่ธาตุและวิตามินนานาชนิด กล้วย 1 ผล ให้พลังงานประมาณ 100 แคลอรี่ อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โพแทสเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และวิตามินซี ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้กล้วยยังเป็นแหล่งน้ำตาลธรรมชาติมากถึง 3 ชนิด ได้แก่ กลูโคส ซูโครส ฟรุกโตส และเส้นใยอาหาร ซึ่งเรามีประโยชน์ดี ๆ 10 ประการจากกล้วยมาฝากกัน

1.ช่วยให้นอนหลับสบาย เพราะกล้วย อุดมไปด้วยกรดอะมิโน และทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญในการสร้างสารเซโรโทนิน ซึ่งช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย การรับประทานกล้วย 1 ผล หลังอาหารเย็น หรือก่อนนอน จะช่วยทำให้คุณนอนหลับได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้น

2.รักษาอาการท้องผูก เพราะในกล้วยมีทั้งโพรไบโอติกส์ที่ช่วยผลิตแบคทีเรียชนิดดีต่อลำไส้ ช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบขับถ่าย แถมยังมีฟรุกโตโอลิโกแซกคาไรด์ ซึ่งเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องตัวมากขึ้น

3.ช่วยลดน้ำหนักส่วนเกิน วิตามิน B1 และ B2 ในกล้วยจะช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน พร้อมทั้งเสริมคาร์โบไฮเดรตชนิดดีให้กับร่างกาย อีกทั้งมีใยอาหารหรือไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ เมื่อเข้าสู่ระบบย่อยอาหาร กล้วยก็จะทำหน้าที่ดูดซับน้ำและพองตัวทำให้รู้สึกอิ่มได้นานมากขึ้น

4.ช่วยเสริมสร้างและบำรุงกระดูก สารฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ ในกล้วยมีคุณสมบัติเหมือนใยอาหารละลายน้ำได้ ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมและวิตามินจากอาหารที่รับประทานเข้าไปได้ดี หากรับประทานอย่างต่อเนื่องจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ระบบทางเดินอาหาร ควบคุมระดับไขมัน และคอเรสเตอรอลในเลือด ปรับสมดุลไขมันไตรกลีเซอไรด์ให้ลดลง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว และโรคหัวใจขาดเลือด

5.ช่วยรักษาอาการไมเกรน เนื่องจากกล้วยอุดมไปด้วยแมกนีเซียมที่จำเป็นต่อโครงสร้างของกระดูก การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ช่วยลดความดันโลหิต ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด จึงช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนลงได้

6.ช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง สารโพแทสเซียมที่มีอยู่สูงในกล้วยเป็นสารสื่อประสาทที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้แข็งแรง ช่วยปรับสมดุลของเหลวร่างกายและเสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อ ด้วยเหตุนี้การรับประทานกล้วยจึงก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด

7.ช่วยบำรุงสายตา เนื่องจากกล้วยมีวิตามิน A เบต้าแคโรทีน และอัลฟาแคโรทีนสูง ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทตา จึงช่วยป้องกันอาการตาพร่าและบำรุงสายตาให้การมองเห็นมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

8.ช่วยลดอาการโรคโลหิตจาง กล้วยมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งธาตุเหล็กมีหน้าที่ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง เสริมสร้างกล้ามเนื้อและกำจัดโลหะหนักที่เป็นพิษออกจากร่างกาย ทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน และกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9.ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต โพแทสเซียมที่มีอยู่ในกล้วยจะทำงานร่วมกับโซเดียมในการควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกายและทำให้หัวใจเต้นเป็นปกติ ช่วยให้การส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองทำได้ดี และยังช่วยกำจัดของเสียออกทางปัสสาวะ ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตในร่างกาย

10.ช่วยลดอาการท้องเสีย เพราะกล้วยมีคาร์โบไฮเดรตสูง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเหล่าจุลินทรีย์โปรไบโอติกในลำไส้ ช่วยให้จุลินทรีย์ชนิดดีเพิ่มจำนวนขึ้น และทำหน้าที่ลดอาการท้องเสีย นอกจากนี้สารแทนนินในกล้วยน้ำว้าดิบ ยังช่วยยับยั้งการทำงานของเชื้อแบคทีเรีย แก้อาการท้องร่วง ท้องเสียได้ และรักษาโรคกระเพาะได้เป็นอย่างดี

นอกจากประโยชน์ 10 ประการข้างต้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ลำต้น ก้าน ใบ หัวปลีฯลฯ ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย กล้วยดีมีประโยชน์เยอะ แถมยังราคาไม่แพง มีให้รับประทานได้ตลอดทั้งปี รีบชวนกันมารับประทานกล้วย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ห่างไกลจากโรงพยาบาลกันเถอะค่ะ

เลี้ยงสัตว์อะไรไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาดี ?

เลี้ยงสัตว์อะไรไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาดี ?

มีหลายคนถามมาว่า อยากเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนให้หายเหงา จะเลี้ยงอะไรดี ก่อนที่จะตอบว่าเลี้ยงสัตว์อะไรดี อยากให้คนขี้เหงาทั้งหลายพิจารณาถึงข้อควรคำนึงที่จะกล่าวต่อไปนี้ให้ครบถ้วนก่อนเพื่อความสบายใจและเพื่อความมั่นใจว่า เราจะสามารถเลี้ยงเขาให้โตได้อย่างรอดปลอดภัย และจะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง

เช็คสุขภาพตัวเองว่าไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้ขนสัตว์

ฟังดูแปลก แต่อยากให้รู้ว่าคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคภูมิแพ้นั้นมีอยู่จริง เพราะไม่เคยเลี้ยงสัตว์ เมื่อไม่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ก็ไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ ดังนั้นก่อนจะไปตามหาว่าจะเลี้ยงสัตว์อะไร ไปเช็คสุขภาพตัวเองให้มั่นใจก่อน เพราะถ้าเอาสัตว์มีขนมาเลี้ยงแล้วเกิดแพ้ขนสัตว์ขึ้นมา คราวนี้จะลำบากทั้งสุขภาพของตัวเองและยังลำบากหาเจ้าของใหม่ให้กับเพื่อนตัวน้อยอีกด้วย

ประเมินศักยภาพการเลี้ยงของตัวคุณเอง

คำว่าศักยภาพการเลี้ยง เช่น สามารถดูแลเขาได้ตลอดเวลาไหม ไม่ใช่ว่าเอาเขามาเลี้ยงแล้วไม่สามารถให้อาหารเขาตามเวลาได้เพราะตัวเองเลิกงานไม่เป็นเวลา หรือตัวเองเป็นคนชอบสังสรรค์แล้วออกไปตระเวนเที่ยวแล้วกลับมาดึก ๆ ดื่น ๆ ปล่อยให้เขาหิวไม่ได้กินอาหารตามเวลา แบบนี้ก็ไม่ควรเอาเขามาเลี้ยง หรือในยามเขาป่วยมีศักยภาพพอที่จะพาเขาไปหาหมอรักษาได้ไหม ถ้าคุณยังไม่เคยเลี้ยงสัตว์ คุณควรรู้ไว้อย่างหนึ่งว่าค่ารักษา ค่ายา ของสัตว์ที่จะเอามาเลี้ยงนั้นคุณจ่ายไหวหรือไม่ นี่เป็นอีกสิ่งที่คนขี้เหงาต้องเจอ เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในโลกที่แข็งแรงได้ตลอดเวลา

มีสถานที่ให้เขาอยู่อย่างเหมาะสม

การเลี้ยงสัตว์บางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากนักเช่น เลี้ยงปลามีพื้นที่แค่พอตั้งตู้ปลาได้ก็พอ หรือเลี้ยงนก เลี้ยงกระต่าย หรือเลี้ยงหนูแฮมเตอร์หรือหนูแกสบี้ มีพื้นที่ให้ตั้งกรงให้เขาได้ก็ถือว่าโอเค แต่ถ้าคิดจะเลี้ยงน้องหมาน้องแมวต้องเช็คก่อน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ห้องเช่าหรือคอนโดว่าสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ไหม เพราะคอนโดบางแห่งไม่อนุญาตให้เลี้ยงหมาหรือแมว หากคุณไม่สอบถามให้ดีก่อน เกิดซื้อมาแล้วเลี้ยงไม่ได้ คราวนี้นอกจากจะเสียความรู้สึกแล้ว ยังต้องแก้ปัญหาอีกว่าจะทำอย่างไรกับเพื่อนแก้เหงานี้

รับมือกับธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงนั้น ๆ ได้

สัตว์เลี้ยงก็เหมือนกับคนที่มีลักษณะนิสัยเฉพาะตัว มีทั้งความน่ารักและความดื้อในบางเวลา เช่น ธรรมชาติของกระต่ายที่ต้องมีการแทะหรือการลับฟันลับเล็บ แมวหรือหมาที่ต้องมีการวิ่งไล่เล่นซน ก่อนที่คุณจะเลือกว่าเอาสัตว์ชนิดไหนมาเลี้ยง คุณต้องรับมือกับธรรมชาติของเขาให้ได้ เพราะบางครั้งธรรมชาติของเขาอาจจะทำให้ข้าวของเสียหาย เช่น กระต่ายที่ชอบแทะ อาจไปแทะสายไฟขาด แทะโต๊ะ แทะของใช้ที่เป็นพลาสติก หรือแมวที่มีเล็บแหลมคมไปข่วนโซฟาเล่น หรือทำให้ผ้าม่านขาดเป็นรู เป็นต้น หรือเลี้ยงปลาต้องมีการล้างทำความสะอาดตู้ปลาทุกเดือนหรือทุกสัปดาห์ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณต้องเจอและรับมือให้ได้กับการมีสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา

ถ้าคุณคิดว่าทุกข้อที่กล่าวมาไม่มีข้อไหนที่เป็นปัญหา ไม่ว่าคุณจะเลี้ยงสัตว์ชนิดไหนเป็นเพื่อนแก้เหงาก็สามารถเลี้ยงได้ เลือกเอาตามที่ใจคุณชอบ สัตว์ก็เหมือนคนที่ต้องการการเอาใจใส่และการดูแลอย่างดี ถ้าคุณเลือกที่จะเลี้ยงสัตว์ชนิดไหน คุณควรศึกษาทำความเข้าใจธรรมชาติและวิธีการเลี้ยงเขาอย่างละเอียดถ่องแท้ เพราะเขาก็มีชีวิตและจิตใจไม่ต่างกันกับคน

โรคที่มากับฤดูฝนที่คุณควรระวัง

โรคที่มากับฤดูฝนที่คุณควรระวัง

โรคที่มากับฤดูฝนที่คุณควรระวัง

ในแต่ละฤดูกาล มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ กันไป และในปัจจุบัน ก็เป็นช่วงที่กำลังเข้าสู่ฤดูฝน เราจึงรวบรวมโรคที่คุณควรระวังสุขภาพตัวเองและบุคคลในครอบครัว มาฝากกัน ดังนี้

1. โรคฉี่หนู
เป็นโรคที่มาจากสัตว์กัดแทะ เช่น หนู เป็นพาหะ โดยในฉี่หนูมีเชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่ร่างกายของคนเราได้ผ่านทางบาดแผล เช่น แผลที่เท้า เมื่อติดเชื้อโรคฉี่หนูจะทำให้เกิดอาการไข้สูง รู้สึกปวดที่ขาอย่างรุนแรง มีจุดเลือดออกกระจายทั่วตัว หากรักษาไม่ทันอาจจะถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากตับและไตวายได้

วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ ต้องใส่รองเท้าบูทหากต้องย่ำบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อลดโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ผิวหนัง

2. โรคเยื่อบุตาอักเสบ
มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำตาและขี้ตาอาจเกิดจากการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า หรือเกิดจากอุบัติเหตุ คือ มีน้ำสกปรกที่มีเชื้อโรคนี้กระเด็นเข้าดวงตา อาการที่จะเห็นได้ชัดเจน คือ บริเวณตาขาวจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เนื่องจากเยื่อบุตาบวมอักเสบ ร่วมกับมีอาการคันตาอย่างมาก ซึ่งอาการนี้จะเป็นต่อเนื่องอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์

วิธีรับมือ คือ ถ้ามีน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา จำเป็นต้องรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดในทันที หมั่นล้างมือบ่อย ๆ และไม่ใช้สิ่งของจำพวกผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น

3. โรคอุจจาระร่วง
เป็นโรคที่พบได้บ่อย มาจากการรับประทานอาหารที่มีเชื้อแบคทีเรียและเชื้อบิดปนเปื้อน ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการลำไส้อักเสบ มีการบีบตัวมากผิดปกติ จนเกิดอาการถ่ายเหลวและปวดหน่วง หากติดเชื้อบิดอย่างรุนแรง จะมีไข้สูง ตัวเหลือง ตาเหลืองหรือดีซ่าน อ่อนเพลียอย่างมาก
วิธีการป้องกัน คือ การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ และใช้ช้อนกลางเสมอ เมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

4. โรคไข้เลือดออก
เป็นโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค เมื่อถูกยุงที่มีเชื้อไข้เลือดออกกัด จะมีอาการแสดงที่สำคัญ คือ มีไข้สูงประมาณ 40 องศาติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ ใบหน้ามีสีแดงขึ้น มีอาการปวดอย่างรุนแรงตามกล้ามเนื้อและกระดูก อาเจียนปวดท้องอย่างรุนแรง และมีจุดขึ้นตามตัว หากไม่รีบรักษา จะทำให้อวัยวะภายในล้มเหลว และเสี่ยงเสียชีวิตสูง

วิธีการป้องกันดีที่สุด คือ การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย การคว่ำภาชนะที่อาจจะเป็นแหล่งน้ำขัง จะทำให้ยุงลายวางไข่ไม่ได้ ทั้งนี้ หากสังเกตตัวเองหรือคนรอบข้างมีอาการผิดปกติดังที่กล่าวมา ต้องรีบพบแพทย์โดยเร็ว

จะเห็นได้ว่า มีโรคหลายชนิดที่มากับฤดูฝน และบางโรคก็มีความรุนแรงมาก จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เราหวังว่า บทความนี้จะทำให้ทุกท่านระมัดระวังการใช้ชีวิตประจำวัน และช่วยกันลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อป้องกันตัวเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากโรคต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

เหตุผลที่สาว ๆ ส่วนใหญ่ชอบใส่ชุดสีดำ

เหตุผลที่สาว ๆ ส่วนใหญ่ชอบใส่ชุดสีดำ

ถือว่าหมดสมัยแล้ว ที่การใส่ชุดดำหมายถึงการแต่งตัวเพื่อไปร่วมงานศพ เพราะชุดสีดำกลายเป็นสีคลาสสิก ที่ผู้คนต่างหลงใหล คนจำนวนไม่น้อยที่มีเสื้อผ้าสีโทนดำมากกว่าครึ่งหนึ่งของเสื้อผ้าในตู้ และมีอีกหลายคนที่จะเลือกซื้อชุดเสื้อผ้าสีดำก่อนสีอื่น ๆ เสมอ

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เสื้อผ้าโทนสีดำ สามารถคงความคลาสสิกไว้ได้

สีดำช่วยพรางรูปร่างให้ดูดีขึ้น สาวอวบหลายคนมักเลือกเสื้อผ้าโทนสีดำหรือสีทึบเพื่อช่วยพรางหุ่น ยิ่งในกรณีที่ต้องไปพบปะผู้คน เพื่อนเก่า แล้วไม่ต้องการให้มีคนทักว่าสมบูรณ์ขึ้น ก็จะใช้ชุดในโทนสีดำเป็นตัวช่วยที่เวิร์คสุด ๆ ในทางตรงกันข้ามหากสาวอวบหยิบเสื้อผ้าชุดสีอ่อนหรือสีขาวมาสวมใส่ ก็จะยิ่งทำให้ความอวบขยายขึ้นได้ชัดเจน

หาเครื่องประดับ เข้ากันได้ง่าย สีดำเป็นสีที่สามารถเข้ากับสีอื่น ๆ ได้ง่าย บางคนเลือกใส่ชุดสีดำกับเครื่องประดับที่เป็นไข่มุกขาว ก็จะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูเรียบหรู หากนำมาใส่กับทองก็ดูโดดเด่น หรือใส่กับเครื่องประดับเพชรก็จะยิ่งเสริมให้งดงาม

สามารถ Mix & amp; Match กับเสื้อผ้าได้หลากสไตล์ การแต่งตัวให้ออกมาดูดีจะทำได้ง่ายขึ้นถ้ามีเสื้อหรือกางเกงสีดำเป็นพื้นฐานไว้ก่อน เพราะสามารถนำสีอื่น ๆ มาเข้ากันได้แบบลงตัวหมด รวมถึงจะแต่งตัวออกมาได้หลากหลายสไตล์ทั้งแบบสาวออฟฟิศ แบบจับคู่กับยีนส์ให้ดูลุย ๆ หรือแนวชิค ๆ แบบวัยรุ่น สีดำก็ทำได้หมด หรืออยากได้ลุคเป็นสาวเก่งซ่อนเปรี้ยว ก็อาจลองใช้เป็นชุดดำคู่กับรองเท้าสีแดงหรือสีส้มสด ๆ ดู รับรองว่าเดินผ่านตรงไหน ก็คงมีคนแอบมองจนเหลียวหลังเป็นแน่

เป็นโทนสีที่หาได้ง่ายที่สุด ส่วนใหญ่เสื้อผ้าแบรนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นของผู้หญิงหรือผู้ชาย นอกจากจะมีการผลิตออกมาหลายไซส์ให้เลือกตามขนาดรูปร่างของผู้ใส่แล้ว ก็จะมีโทนสีให้เลือกตามความชอบของผู้สวมใส่ ซึ่งหนึ่งในสีหลักที่จะมีให้เลือกเสมอคือสีดำ เพราะเป็นสีที่ผู้คนต้องการมากกว่าสีอื่น ๆ

ไม่ล้าสมัย สีดำจะเป็นสีที่หยิบมาใช้ในช่วงเวลาใดก็ดูดีเสมอ ไม่ต้องห่วงว่าจะดูเชย หรือ เอาท์ เพราะไม่ว่าแฟชั่นจะเปลี่ยนไปกี่ยุคสมัย สีดำก็ยังคงเป็นสีพื้นฐานที่อยู่คู่กับแฟชั่นทุกรูปแบบ

นอกจากนี้ การใส่เสื้อผ้าชุดดำยังทำให้ดูสุภาพ เรียบร้อย เป็นสากล ผู้คนจึงยังคงโปรดปรานสีโทนนี้ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้แฟชั่นชุดดำยังคงความคลาสสิกอยู่ตลอดเวลา

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เสื้อผ้าโทนสีดำ

เทคนิคปรับปรุงตัวเองอย่างไรดี จะได้ห่างไกลนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง

เทคนิคปรับปรุงตัวเองอย่างไรดี จะได้ห่างไกลนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง

คุณคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วจากคำพูดของบางคนในที่ทำงานว่า เดี๋ยวก่อน ซึ่งคำว่าเดี๋ยวก่อนสั้น ๆ เมื่อใกล้ถึงเวลาส่งงานหรือที่เรียกว่า ไฟลนก้น แล้วค่อยมาทำจนเกิดความเครียดขึ้นมา บางทีต้องเลื่อนการส่งงานไป ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีเทคนิคปรับปรุงตัวเอง จะได้ห่างไกลนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้คุณได้นำไปใช้ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงานและทุกด้านของชีวิต

ไม่อยากมีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ต้องทำตามนี้

จัดลำดับงาน

หากไม่รู้จักการจัดลำดับงานก่อนหลัง ว่างานไหนควรทำก่อนหรือหลังก็จะทำให้ไม่มีวินัยในการทำงานหรือขอเลื่อนการส่งงานไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็ส่งงานไม่ทันตามที่ตั้งไว้ เพราะฉะนั้น ควรบริหารเวลาให้ดี ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

ส่วนที่ 1 งานที่มีความสำคัญและมีความเร่งด่วน ทั้งสองอย่างให้มาเคลียร์ก่อน

ส่วนที่ 2 งานที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน งานในส่วนนี้ หากทำให้เสร็จทันเวลาหรือเสร็จล่วงหน้าก่อนวันกำหนดส่งได้ ก็จะยิ่งส่งผลดีกับคุณ เพราะจะได้ไม่เครียด และยังบ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่ไม่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่งอีกด้วย

ส่วนที่ 3 งานที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน ให้จัดเวลาตามความเหมาะสม และลงมือทำทันทีเมื่อมีเวลาว่างจากการทำงานสำคัญเสร็จไปหมดแล้ว

ตัดสินใจลงมือทำเลย

บางคนเกิดนิสัยผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่เป็นเพราะขี้เกียจ แต่มีความกลัวว่างานที่ทำนั้นไม่สมบูรณ์ที่สุดตามที่คิด จึงต้องขอศึกษาดูรายละเอียดของงานก่อนเพื่อหวังทำงานที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งกว่างานจะสมบูรณ์ได้ ต้องใช้เวลารอแล้วรออีก ในที่สุดก็ต้องเลื่อนงานออกไป เพราะฉะนั้น วิธีแก้ไขคือ ถึงแม้งานยังไม่สมบูรณ์ ก็ให้ตัดสินใจลงมือทำทันที แล้วค่อยแก้ไขระหว่างที่ทำงาน

ลงโทษตัวเองเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ควรทำแต่ไม่ทำ

วิธีนี้หลายคนใช้แล้วได้ผลดี ซึ่งเมื่อไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำในตอนนี้ อาจจะใช้วิธีปรับเงินของตัวเองแบบไม่น้อยจนเกินไป อาจจะเป็นร้อยหรือเป็นพันบาท จากนั้นให้นำเงินที่ปรับไปให้คนอื่นหรือไปทำบุญก็ได้ รับรองเลยว่าห่างไกลนิสัยผัดวันประกันพรุ่งอย่างแน่นอน

หาเพื่อนที่มีวินัย หรือที่เรียกว่า Law of Average

คุณเคยได้ยินประโยคนี้บ้างไหม “ไฟเมื่อติดแล้วไม่เติมถ่าน สักวันก็มอดดับได้” เช่นเดียวกันกับการห่างไกลนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง หมายความว่า หากคุณยิ่งมีเพื่อนที่มีวินัย ก็จะดึงคุณให้มีวินัยตามไปด้วย

ความสำเร็จ ไม่ใช่วัดจากการที่ใครฉลาดกว่าใคร แต่วัดจากการมีวินัยมากกว่าคนทั่วไปต่างหาก ถึงแม้ในช่วงที่ทำงานอยู่จะมีอารมณ์ขี้เกียจก็ตามแต่ก็ยังลงมือทำอยู่ดี ส่งผลทำให้ห่างไกลนิสัยการผัดวันประกันพรุ่งได้ จนวันหนึ่งเกิดความเคยชินและกลายเป็นคนมีวินัยอย่างถาวร เพราะความห่างไกลนิสัยผัดวันประกันพรุ่งได้ถูกสั่งสมลงไปอยู่ในจิตใต้สำนึกแล้วนั่นเอง

ไม่อยากมีนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ต้องทำตามนี้