ทำไมเซียนการตลาดจึงแนะนำให้ทำ SEO เว็บไซต์ปี 2019

ทำไมเซียนการตลาดจึงแนะนำให้ทำ SEO เว็บไซต์ปี 2019

ปี 2019 มีเว็บไซต์เปิดตัวใหม่ขึ้นมามากมายทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นภาวะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังจากที่ซบเซามาช่วงระยะหนึ่ง คาดว่าในปีหมูทองนี้จะมีความคึกคักในตลาดธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมาก

ในวันนี้ เราจึงได้รวบรวมเหตุว่าทำไมเซียนการตลาดจึงแนะนำให้ทำเว็บไซต์ SEO สำหรับส่งเสริมความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ในปี 2019

ทำไมเซียนการตลาดจึงแนะนำให้ทำ SEO เว็บไซต์

ความโดดเด่นที่จะเกิดกับเว็บไซต์เมื่อทำ SEO

เมื่อทำเว็บไซต์ SEO ให้มีความทันสมัย ทั้งด้านโครงสร้าง รูปลักษณ์ที่แลดูเรียบร้อยสบายตา โฆษณาถูกจัดตำแหน่งอย่างเป็นระเบียบ จะทำให้ผู้ชมใช้งานคลิกหาข้อมูลได้ง่าย จึงเกิดความรู้สึกประทับใจจากการใช้บริการเว็บไซต์ SEO

นอกจากนี้การหันมาใช้ Keyword SEO เพื่อเป็นแกนหลักในการทำบทความ ถ่ายภาพ สร้างสื่อมัลติมิเดีย เพื่อส่งเสริมการขายในเว็บไซต์ จะมีแนวทางที่ชัดเจน เป็นธีมเดียวกัน ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพของแบรนด์สินค้านั้น ๆ ด้วย

การทำ SEO ดีต่อระบบประมวลผลเพื่อการสืบค้น

การทำเว็บไซต์ SEO จะทำให้ algorithm ของ search engine อย่างใน Google Yahoo สามารถรวบรวมข้อมูลและองค์ประกอบต่าง ๆ ในเว็บไซต์ที่อยู่ในฐานข้อมูลจำนวนมหาศาล มาวิเคราะห์ เปรียบเทียบเพื่อการจัดอันดับคุณภาพของเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วฉับไวขึ้น

นั่นหมายความว่า หากมีการทำเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับหลัก SEO หรือ search engine optimization ได้ดีและสม่ำเสมอมากเท่าใด เว็บไซต์ของคุณก็จะมีข้อมูลที่ง่ายต่อการวิเคราะห์มากขึ้นเท่านั้น

ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ทำให้การจัดอันดับของเว็บไซต์คุณดีขึ้นมาก ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสามารถคีย์แล้วพบได้ง่าย เมื่อเทียบกับเว็บไซต์ธุรกิจคู่แข่งในสินค้าและบริการแบบเดียวกันที่ขาดการทำ SEO ให้เว็บไซต์แบบต่อเนื่อง

การทำ SEO ให้เว็บไซต์เทียบได้กับการโฆษณาแบบฟรี

RankBrain ที่เป็น algorithm ชื่อดังของ Google มีการพัฒนาศักยภาพในการประมวลผลและใช้งานจริงมาแล้วหลายปี ซึ่งในปี 2019 คาดว่าจะสามารถแยกแยะคุณภาพของเว็บไซต์ SEO ได้ดีและฉับไวยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

การทำ SEO ให้เว็บไซต์ในปี 2019 จะทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกจัดอันดับแสดงผลเป็น Top Five หรือ top ten ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาที่ต้องชำระเงินแบบ Pay Per Click หรือ PPC (เป็นการจ่ายทุกครั้ง เมื่อมีผู้สนใจคลิกผ่าน search engine เข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณ)

ค่าใช้จ่ายของการทำ SEO จึงอยู่ที่การจ้างทีมงานที่มีความสามารถในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO อย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้ผลิต Content SEO ที่ตอบโจทย์ความสนใจของผู้คนในช่วงเวลานั้น ๆ

เซียนการตลาดจึงแนะนำให้ทำ SEO เว็บไซต์ปี 2019

ด้วยเหตุผลและบริบทที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้เซียนการตลาดแนะนำให้เว็บไซต์ที่ต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์ ทำ SEO เพื่อเพิ่มยอดผู้ชมและบรรลุเป้าหมายในการขายสินค้าและบริการได้ดียิ่งขึ้น

ไอเดียของการทำงานอยู่ที่บ้าน

ทำงานที่บ้านยุคดิจิตัล ก็เงินไหลเข้ากระเป๋าได้

ในยุคดิจิตัล 2018 ใคร ๆ ก็มองหาช่องทางรายได้ผ่าน Internet ซึ่งให้ความคล่องตัวสูง เนื่องจากสามารถทำงานที่บ้าน สร้างเม็ดเงินได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ยังให้เวลาแก่การดูแลสมาชิกในครอบครัวได้ด้วย ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมงานมา 5 ประเภท สำหรับผู้ที่สนใจทำงานที่บ้านทั้งแบบทำเป็นงานประจำและฟรีแลนซ์ จะมีงานอะไรบ้าง เรามาดูพร้อมกันเลย

1.เป็นที่ปรึกษาทางภาษี และการตลาดออนไลน์

เป็นงานที่ไม่ต้องเสียเวลาขับรถเดินทางเข้าออฟฟิศบ่อย ๆ ทั้งยังเลือกบริษัทที่จะร่วมงานได้ด้วย เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทแนว SME และ start Up มากมาย ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เพื่อแนะนำด้านการบริหารจัดการ การวางกลยุทธ์ทางการค้า เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ส่งเสริมมุมมองใหม่ ๆ อันทำให้เพิ่มอำนาจการแข่งขันกับบริษัทคู่แข่งอื่น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

2.เป็นบล็อกเกอร์ และนักรีวิวสินค้า

ไม่ว่าจะเป็นเพศใดหรือทำงานประจำด้านใด หากมีใจรักด้านความสวยความงาม ทั้งเป็นคนช่างสังเกต และช่างเลือกเครื่องประทินผิวต่าง ๆ ในการบำรุงผิวหน้าและผิวกายแล้ว ด้วย ก็เป็นคุณสมบัติที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นบล็อกเกอร์และนักรีวิวสินค้าที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สู่กลุ่มเป้าหมายได้ ทั้งผ่านรูปแบบตัวอักษรและคลิป VDO ซึ่งเป็นการทำงานที่บ้านที่เรียกได้ว่าให้รายได้สูงมากกว่าการทำงานในออฟฟิศทั่วไปอย่างมาก

3.เปิดเพจรับออเดอร์อาหารและขนมออนไลน์

เป็นงานที่เหมาะกับผู้ที่รักการทำอาหารและสนุกกับการปรับเปลี่ยนสูตรขนม ลองทำอะไรใหม่ ๆ ให้คนอื่นชิมตลอดเวลา งานนี้สามารถเริ่มต้นด้วยตัวเองคนเดียวได้ ทั้งไม่ต้องเดินทางบ่อย นอกจากจะไปซื้อวัตถุดิบ เพราะปัจจุบันมีแมสเซนเจอร์พร้อมให้บริการขนส่ง ซึ่งการันตีว่าจะส่งถึงมือผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน

4.ขายสินค้าทางอีเบย์ และเว็บไซต์อะเมซอน

เป็นกิจการที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า สำหรับผู้ที่ชอบนำสินค้าและของแปลกตามาเสนอขายผ่านหน้าเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ชื่อดังระดับโลก ซึ่งผู้ขายตั้งราคาที่เหมาะสมและพึงพอใจที่สุดได้ด้วยตัวเอง คนที่ชอบท่องเที่ยวและแสวงหาของต่างถิ่นมาขายจะไปได้ดีกับงานสายนี้อย่างแน่นอน

5.เป็นนักเขียนออนไลน์

เป็นงานที่สามารถทำที่ใดก็ได้ขอแค่มีไอเดีย โดยควรเริ่มต้นจากการเขียนเรื่องราวที่ถนัด หรือศึกษามาเป็นอย่างดี ชอบไอที ดูหนัง กีฬา ดูบอลออนไลน์ เอามาเขียนได้หมด ซึ่งปัจจุบันตลาดบทความออนไลน์ต้องการในแนวการลงทุน สุขภาพ และด้านความงามอย่างมาก หากอยากลองชิมลางงานด้านนี้ ก็รีบยื่นใบสมัครแสดงฝีมือกันเลย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับงานทั้ง 5 แนวที่เราได้นำเสนอไป หากมีความถนัดด้านใดก็สามารถเริ่มได้เลย ที่สำคัญการทำงานที่บ้านต้องรู้จักพัฒนาตัวเองและไม่หยุดที่จะเรียนรู้ จึงจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

“บริหารเวลา” ให้เป็น แล้วจะยิ่งเห็น “คุณค่า” ของเวลา

“บริหารเวลา” ให้เป็น แล้วจะยิ่งเห็น “คุณค่า” ของเวลา

คนส่วนใหญ่มักเพลิดเพลินกับการใช้เวลาไปเรื่อยเปื่อย ต่อเมื่อรู้ว่ามีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำ หรือทำไปแล้วอยากแก้ไข หรือมีการสูญเสียอะไรบางอย่างเมื่อเวลาผ่านไป จึงจะถึงคุณค่าของเวลา เช่นเดียวกับวลีที่ว่า “รู้อะไรไม่เท่ารู้อย่างนี้..” ซึ่งเป็นการดีที่จะตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า เรา “บริหารเวลา” ดีแล้วหรือยัง?

“บริหารเวลา” ให้เป็น แล้วจะยิ่งเห็น “คุณค่า” ของเวลา

ซึ่งคอร์สหรือหลักสูตรการ “บริหารเวลา” นั้นมีมากมาย จากผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำและสอนเชิงปฏิบัติการ workshop บนพื้นฐานทฤษฎีในศาสตร์ต่าง ๆ รวมถึงการใช้ประสบการณ์เชิงบุคคล ในการทำให้เรามั่นใจที่จะทำตามและหวังว่าจะได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน โดยหลักการก็ไม่ต่างกัน คือ

1. เตือนตัวเองว่า วันหนึ่ง มี 24 ชั่วโมง 1 สัปดาห์มี 168 ชั่วโมงเท่ากันทุกคน ขึ้นกับการจัดการตารางชีวิตให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ไม่ควรละทิ้งการรักษาสมดุลในชีวิต สำหรับการทำกิจกรรมด้านอื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น การให้เวลากับครอบครัว , การออกกำลังกาย , การนอนหลับให้สนิทต่อเนื่อง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตทีดีจากสุขภาพภายในและความสัมพันธ์ในครอบครัว ไม่ใช่การสำเร็จเพียงตัวเลขทางธุรกิจเท่านั้น

2. การกำหนดเส้นตายหรือ deadline ในการทำงาน ไม่ว่าชิ้นเล็กหรือใหญ่ ต้องมีขีดจำกัดที่จะทุ่มเทเวลาให้ตามสมควร เพื่อลดความคิดผัดวันประกันพรุ่ง หรือเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้งานเป็นชิ้นเป็นอัน

3. แบ่งแยกสิ่งที่ต้องทำ เป็น เรื่องเร่งด่วน , เรื่องสำคัญ , เรื่องที่รอได้ หรือเรื่องที่ควรปล่อยผ่านไป เพื่อให้ลำดับและตอบตัวเองได้ว่าสิ่งไหนที่ควรทำก่อนหรือหลัง ทั้งนี้ขึ้นกับบทบาทหน้าที่การงานส่วนที่เรารับผิดชอบโดยตรง อาจใช้วิธีคิดจากระดับความเสียหายหากพลาดสิ่งนั้น ๆ ไป

4. บันทึกสิ่งที่คิดหรือวางแผนไว้ ลงสมุด Diary หรือ Planner หรือทำเป็นตาราง schedule “กำกับ” ช่วงเวลาทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยเตือนความจำ ลดปัญหาหลงลืมหรือพะวงในสิ่งที่สำคัญ

5. วางแผนการใช้เวลาสำหรับวันรุ่งขึ้นก่อนล่วงหน้าในช่วงเย็นหรือตอนเช้าวันถัดไป เพื่อให้ไม่เพลินทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นที่มักแทรกเข้ามาต่อเนื่องระหว่างวัน โดยเฉพาะเมื่อต้องมีปฏิสัมพันธ์พูดคุย โทรศัพท์ หรือ chat online กับผู้อื่น

6. ให้วางแผนหลายระดับ เช่น ระยะใน 1 วัน , 1 สัปดาห์ , ช่วง 1 เดือน , ไตรมาส รอบปี เพื่อให้เห็นแผนชีวิตในระยะสั้น , ระยะกลางและระยะยาวบรรลุเป้าหมายและเกิดความมุ่งมั่นยิ่งขึ้นที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้บรรลุผล

“ค่า” ของเวลานั้นขึ้นกับการตีความของสิ่งที่เราเห็นว่าสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขกำไรหรือขาดทุนจากงานธุรกิจ หรือเป็นระดับดีกรีความสุขจากได้แบ่งปันความรู้ความสามารถในการทำกิจกรรมดี ๆ เพื่อตัวเอง ครอบครัว หรือผู้อื่นที่ไม่เจาะจง ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์สุขในโลกใบกลม ๆ เดียวกัน

การ “บริหารเวลา” จะทำได้ดี ก็ต่อเมื่อเราเห็นค่าของเวลา (ตามมุมมองของเรา) และฝึกฝนมุ่งมั่นที่จะให้ได้ผลลัพธ์ (ไม่ว่าตัวเงิน หรือความสุข) จากการใช้เวลาให้งอกงามเติบโตยิ่งขึ้นไป

แนะเทคนิคการบริหารเวลา เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ

การบริหารเวลางานประจำ

แนะเทคนิคการบริหารเวลา เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ

คนเราทุกคนมีเวลาเท่ากัน คือ 24 ชั่วโมงต่อวัน จะแตกต่างกันไปก็ในเรื่องของรายละเอียดปลีกย่อย เช่น หน้าที่ความรับผิดชอบ บทบาทและบริบทแวดล้อมอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ลงท้ายก็หนีไม่พ้นความเป็นจริงที่ว่าเราทุกคนมีเวลาอยู่ 24 ชั่วโมงต่อวันเท่า ๆ กัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถบริหารเวลาและจัดการสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันได้ดีกว่ากันเท่านั้นเอง แน่นอนว่าการบริหารเวลาที่ดีเป็นอีกหนึ่งในคุณสมบัติของคนที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นวันนี้เราจึงนำเทคนิคการบริหารเวลาเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จมาฝากกัน

ลิสต์รายการสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ

ข้อนี้หลายคนน่าจะกำลังใช้อยู่ แต่จะใช่เพื่อบริหารเวลาหรือเพื่อกันลืมก็แล้วแต่บุคคล แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะช่วยในการบริหารเวลาได้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อลิสต์ออกมาเป็นประจำ ทำบ่อย ๆ เราก็จะสามารถต่อยอดไปสู่เทคนิคการบริหารเวลาในข้อต่อไปได้ทันที นั่นคือการแยกแยะและจัดลำดับความสำคัญจากลิสต์ที่เราเขียนออกมาเป็นประจำนั่นเอง

จัดลำดับความสำคัญ

เราทุกคนมีสิ่งที่ต้องทำ แต่สิ่งที่ต้องทำ ไม่ได้มีระดับความสำคัญและระดับความเร่งด่วนเท่ากันทั้งหมด นั่นหมายความว่าเราสามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไรก่อนหลัง จากการจัดลำดับความสำคัญของรายการทั้งหมดที่ต้องทำ ซึ่งหลักการโดยทั่วไป เราจะแบ่งสิ่งที่ต้องทำออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ งานสำคัญเร่งด่วน , งานสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน , งานไม่สำคัญแต่เร่งด่วน และ งานไม่สำคัญที่ไม่เร่งด่วน ซึ่งงานสองประเภทแรก เราควรทำด้วยตัวเอง แต่งานประเภทที่ 3 เราสามารถโอนงานให้คนอื่นทำแทนได้และงานประเภทสุดท้าย ตัดออกไปเลยได้จะยิ่งดี

เลือกทำงานสำคัญในช่วงที่มีสมาธิที่สุดของวัน

ข้อนี้ต้องอาศัยการสังเกตตัวเองร่วมด้วย เนื่องจากแต่ละคนมีสมาธิในแต่ละช่วงของวันแตกต่างกันออกไป บางคนมีสมาธิที่สุดในช่วงเช้า บางคนมีสมาธิที่สุดในช่วงเย็น หลายคนมีสมาธิที่สุดในช่วงค่ำก่อนเข้านอน เมื่อสังเกตได้ว่าตัวเองมีสมาธิมากที่สุดในช่วงไหนของวันแล้ว ก็ควรเลือกทำงานสำคัญในช่วงเวลานั้น ซึ่งก็มักจะเป็นงานประเภทที่ 2 คืองานสำคัญที่ไม่เร่งด่วน เพราะต้องใช้เวลาทำค่อนข้างมากนั่นเอง

ไม่ใช้เวลาไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญและไม่จำเป็นนานจนเกินไป

ยุคโซเชียลมีเดียอย่างตอนนี้ มีคนจำนวนมากใช้เวลาไปกับการเล่นและท่องโลกโซเชียลสะสมวันละหลายชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นช่วงหลังตื่นนอน , ช่วงเดินทาง , ช่วงพักกลางวัน , ช่วงเดินทางกลับบ้าน หรือแม้กระทั่งกลับบ้านมาแล้ว ก็ยังคงท่องโซเชียลอยู่ หรือแม้กระทั่งการเล่นเกมที่ค่อนข้างจะกินเวลานาน กิจกรรมทั้งหมดนี้อาจช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดี แต่หากใช้เวลากับสิ่งที่ไม่จำเป็นและไม่สำคัญนานมากเกินไป ก็จะทำให้การบริหารเวลาของเราไม่ประสบความสำเร็จและสิ้นเปลืองเวลาที่ควรจะนำไปทำสิ่งที่สำคัญอย่างอื่นไปอย่างน่าเสียดาย

การบริหารเวลา หากตั้งใจทำอย่างสม่ำเสมอแล้วล่ะก็ เชื่อได้ว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีและสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังจากเริ่มจัดการบริหารเวลาอย่างแน่นอน เพราะการบริหารเวลาจะช่วยให้คุณทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถก้าวเข้าใกล้ความสำเร็จ รวมถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ใช่หรือไม่ เพียงแค่ แกว่งไกวแขน ก็ได้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

ไม่น่าเชือว่าเรื่องง่ายๆแบบเพียงแค่การ แกว่งไกวแขน ก็สามารถทำให้สุขภาพของพวกเราดียิ่งขึ้นได้ แม้กระนั้นมันเกิดเรื่องจริง เพราะเหตุใดนะหรือ เพราะตรงใต้หัวไหล่ของผู้คนนั้น หรือที่พวกเราเรียกกันว่า จั๊กกะแร้ เป็น ชุมทางของต่อมน้ำเหลืองขนาดใหญ่ และก็อีกจุดหนึ่งที่มีต่อมน้ำเหลืองขนาดใหญ่ด้วยด้วยเหมือนกันก็คือ รอบๆต้นขาคีบ

การขยับหัวไหล่และก็จั๊กกะแร้ หรือการไกวแขน หรือการว่ายน้ำที่มีทั้งยังการขยับหัวไหล่และก็ขาหนีบ ซึ่งล้วนแต่เป็นการออกแรงให้ต่อมน้ำเหลืองขยับ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนน้ำเหลืองให้ขับของเสียต่างๆออกไปไม่ให้สะสมอยู่ในร่ายกาย และก็ยังถือได้ว่าเป็นการช่วยทำให้เลือดมีการไหลเวียนที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งระบบน้ำเหลืองนั้น มีบทบาทช่วยขนของเสียที่สะสมเป็นพิษภายในร่างกาย ออกไปกำจัดยังอวัยวะที่รับผิดชอบรวมทั้งขับออกไปจากร่างกาย แล้วก็ยังช่วยสร้างเม็ดเลือดขาว แอนตี้บอดี้ของระบบภูมิต้านทาน

ระบบของน้ำเหลืองนั้นไม่อาจจะสร้างแรงกดดันได้เช่นเดียวกับเลือดที่มีหัวจิตใจยปั้มให้เลือดสูบฉีดได้ โดยเหตุนี้การกระตุ้นให้น้ำเหลืองไหลเวียนดียิ่งขึ้น สามารถทำได้ด้วยการขยับกล้าม บางทีก็อาจจะโดยการไกวแขน ผู้กระทำระกระโดดการเต้น และก็การว่ายน้ำ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองเจริญทีเดียว ใครก็ช่างที่มักมีลักษณะ ผิวซีดเผือด ผอมบางหลงลืมติดเชื้อโรคเสมอๆเป็นหวัดเจ็บคอเสมอ มีเซลลูไลท์เยอะขึ้น ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่า ระบบน้ำเหลืองขัดข้อง ซึ่งจะมีผลให้มีของเสียสะสมในร่างการนั้นเอง แต่ว่าอย่าปลดปล่อยเอาไว้นานครับ เนื่องจากมันจะเป็นต้นเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนัั้นเอง

พวกเราควรจะบริหารร่างกาย โดย การไกวแขนอย่างต่ำวันละ 20-30 นาที ครับ

ทุกคนก็ทำเป็น มารักษาสุขภาพ ด้วยท่าโยคะแบบง่ายๆกันเหอะ

การเล่นโยคะ ไม่ใช่เป็นการบริหารร่างกายแบบทั้วๆไป แม้กระนั้นก็สามารถทำให้ร่างกายของพวกเรานั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงได้ แล้วก็ยังช่วยถึงภาวะจิตใจของพวกเราได้ด้วยอีกต่างหาก
โยคะ นับว่าเป็นศาสตร์โบราณที่มีมาแล้วถึงหลายพันปีอย่างยิ่งจริงๆ มีการกล่าวไว้ว่า ในอดีตกาลมนุษย์มีการค้นคว้าเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของตน ซึ่งก็ได้มีการถ่ายทอด รวมทั้งปรับปรุงต่อๆกันมา จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นวัฒนธรรมต่างๆเปลี่ยนมาเป็นศิลป์ของการฝึกฝนโยคะ

การฝึกหัดโยคะนั้น ถือได้ว่าเป็นการสร้างความสมดุลให้กับร่างกาย รวมทั้งจิตใจ ร่วมถึงจิตวิญญาณในตัวเรา ซึ่งจะช่วยกระตุ้นอวัยวะ แล้วก็ต่อมต่างๆภายในร่างกายให้ฟื้นฟู ปรับภาวะดำเนินการได้มีคุณภาพเยอะขึ้น ก็เลยทำให้สุขภาพของพวกเราดีตามไปด้วย ผลดีจากการฝึกฝนโยคะ จะแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน

– การบริหารร่างกาย(ฝึกฝนท่าโยคะ) จะช่วยในเรื่องความแข็งแรง รวมทั้งความยืดหยุ่นของร่างกาย

– การหายใจ จะช่วยทำให้ระบบไหลเวียนของเลือด ปรับสมดุลให้ดียิ่งขึ้น แล้วก็ยังช่วยนำพาสารอาหารไปยังร่างกายได้อย่างมีคุณภาพ

– สมาธิ โยคะ จะเป็นการฝึกหัดที่มีความกลมกลืนระหว่างร่างกาย กับ การหายใจ เมื่อพวกเราสามารถควบคุมระบบการหายใจได้ จิตของพวกเราก็จะนิ่ง เป็นบ่อเกิดของสมาธิ ที่จะตามมา ส่งผมให้สุขภาพเกี่ยวกับจิตของพวกเราดียิ่งขึ้น

พวกเราลองดูท่าโยคะ แบบง่ายๆด้วยตัวการ์ตูนสวยๆกัน แล้วทดลองเอาไปปฏิบัติตามกันครับผม เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของเรา นับว่าเป็นของขวัญวันปีใหม่จากดวงใจแอดไม่นครับผม

ความเชื่อถือไม่ถูก กับการบริหารร่างกาย

การบริหารร่างกายนั้นเป็นประโยชน์มากมายก่ายกอง และก็คนรุ่นหลังก็หันมาเอาใจใส่การบริหารร่างกายกันมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อได้สุขภาพกายแข็งแรงบริบูรณ์และก็รูปร่างที่ดี แม้กระนั้นในขณะบางบุคคลเลือกที่จะหลบหลีกการบริหารร่างกายเพราะว่าเหตุผลที่ต่างกัน อย่างไรก็ดี สัมพันธ์นักเพาะกล้าม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาเตือนว่าหลายท่านมีความรู้ความเข้าใจที่ไม่ถูกเกี่ยวกับการบริหารร่างกาย ดังต่อไปนี้
1. การบริหารร่างกายจะก่อให้ทานอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจะนำมาซึ่งการทำให้อ้วนมากเพิ่มขึ้น

ข้อเท็จจริง : เหตุเพราะการบริหารร่างกายมากมายก็จะอ่อนเพลียเป็นอย่างมาก ก็เลยส่งผลให้กินอาหารได้มากขึ้น คนอ้วนก็เลยไม่ค่อยกล้าบริหารร่างกาย แม้กระนั้นอันที่จริงแล้วฝูงคนที่จำเป็นต้องใช้แรงมากมาย ทำงานมากหรือบริหารร่างกายหนักมากมายต่อเนื่องกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง จึงควรกินอาหารมากยิ่งกว่าธรรมดาแต่ว่าไม่อ้วนด้วยเหตุว่าปราศจากไขมันสะสมภายในร่างกาย ส่วนกรุ๊ปที่ออกกำลังกายเพื่อการมีสุขภาพที่ดีโดยปกตินั้น การใช้พลังงานอยู่ในระดับปานกลาง ก็เลยไม่นำมาซึ่งการทำให้กินอาหารมากเกินความจำเป็นจนถึงกำเนิดไขมันสะสมภายในร่างกาย

2. เมื่อเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานแล้วไม่ต้องบริหารร่างกายอีก

ข้อเท็จจริง : คนไม่ใช่น้อยมั่นใจว่าปฏิบัติงานนั่งโต๊ะตลอดวันหากไปบริหารร่างกายอีกจะมีผลให้ร่างกายทรุดเสื่อมโทรมเร็วขึ้น เนื่องจากว่าหากแม้ร่างกายไม่เหน็ดเหนื่อยแต่ว่าสมองก็ล้าจากงานการ ก็เลยไม่ไปบริหารร่างกายประเด็นนี้นับว่าเป็นความนึกคิดที่ผิดจะต้อง เพราะว่าการบริหารร่างกายสามารถช่วยลดความเคร่งเครียดได้

3. การบริหารร่างกายทำให้ร่างกายเหน็ดเหนื่อยรวมทั้งเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว

ข้อเท็จจริง : อาการอ่อนล้าหรือเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวตามร่างกายข้างหลังการบริหารร่างกาย ชอบกำเนิดกับคนที่เริ่มบริหารร่างกายใหม่ๆซึ่งเป็นช่วงๆระยะที่ร่างกายมีการปรับพฤติกรรม แต่ว่าถ้าเกิดผ่านไปสักระยะหนึ่งอาการดังที่ได้กล่าวมาแล้วจะเบาๆหายไปรวมทั้งมีลักษณะแจ่มใสแคล่วคล่องว่องไวข้างหลังการบริหารร่างกาย แต่ว่าก็จำเป็นต้องจัดช่วงเวลาและก็ความหนักของการบริหารร่างกายให้พอดีกับความรู้ความเข้าใจ ของร่างกาย

4. หายใจทางปาก เมื่ออ่อนล้า

ข้อเท็จจริง : เมื่อร่างกายมีลักษณะเหนื่อยจากการบริหารร่างกายมาค่อนข้างจะหนัก การหายใจทางจมูกสิ่งเดียวอาจจะไม่พอ ส่วนมากก็เลยใช้การหายใจทางปากช่วย ซึ่งอาจส่งผลให้อากาศไปสู่ปอดโดยมิได้ผ่านการกรองเสมือนทางจมูก ก็เลยทำให้เกิดความรู้สึกคอแห้งผากและก็ระคายที่คอ รวมทั้งเสี่ยงติดโรคในระบบฟุตบาทหายใจได้ง่าย โดยเหตุนี้ถ้าเกิดปรารถนาหายใจทางปาก ควรจะทำเมื่อหายใจไม่ออกแค่นั้น